
สภาผู้บริโภคชี้ สายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมากโดย อ้างราคาน้ำมันแพง ไม่เข้าข่ายเหตุสุดวิสัย สายการบินต้องรับผิดชอบดูแลและจ่ายค่าชดเชยผู้โดยสารเต็มรูปแบบ ทั้งค่าตั๋ว ค่าที่พัก และค่าเดินทางที่เสียไป
หลายสายการบิน อ้างเหตุน้ำมันแพงยกเลิกเส้นทางบินเป็นจำนวนมาก หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในขณะที่มีผู้บริโภคจำนวนมากได้จองตั๋วล่วงหน้าและชำระเงินค่าตั๋วในราคาเดิมเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องมาโดนยกเลิกเที่ยวบินกลางครัน สภาผู้บริโภคชี้ น้ำมันแพงไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้บริโภคสามารถเรียกค่าเสียหายได้ และสายการบินต้องรับผิดชอบ จ่ายชดเชยผู้บริโภคเต็มรูปแบบทั้งเส้นทางบินในประเทศ และต่างประเทศ
จากรายงานศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) พบระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินทั่วโลกถูกยกเลิกและล่าช้าไปแล้วกว่า 40,000 เที่ยวบิน ที่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั่วโลก โดยราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 76% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ส่วนในประเทศไทยช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 18 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินยกเลิกและล่าช้ามากกว่า 1,000 เที่ยวบิน และปัจจุบันยังพบสถานการณ์ยกเลิกเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง
นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า กรณีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากราคาน้ำมันแพงขึ้นนั้น ถือเป็นผลทางเศรษฐกิจของสายการบิน ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือสงคราม ดังนั้น สายการบินไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในการดูแลและชดเชยผู้บริโภคได้
“เมื่อมีการยกเลิกเที่ยวบิน ผู้บริโภคได้รับผลกระทบอย่างมาก กำหนดการเดินทางต้องเปลี่ยนทั้งหมด ต้องจองตั๋วเที่ยวบินใหม่ซึ่งอาจมีราคาสูงกว่าเดิม อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมีการจองที่พักและค่าเดินทางต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว” นายโสภณ กล่าว
สำหรับการยกเลิกเที่ยวบินในประเทศ (Domestic Flights) ผู้โดยสารมีสิทธิเลือกหนึ่งในสามทางเลือก ดังนี้ 1) การขอคืนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน โดยกรณีชำระเป็นเงินสดต้องคืนภายใน 7 วัน และบัตรเครดิตต้องคืนภายใน 45 วัน 2) การเปลี่ยนเที่ยวบินไปยังจุดหมายเดิมหรือใกล้เคียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 3) กรณีเดินทางด้วยวิธีอื่น เช่น รถทัวร์หรือรถตู้ สายการบินต้องรับผิดชอบส่วนต่างราคาทั้งหมด อ้างอิงตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศ
ส่วนการเดินทางด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศ (International Flights) มีหลักการคุ้มครองสอดคล้องกับมาตรฐานสากล คือ ต้องคืนเงินหรือเปลี่ยนเที่ยวบินให้ผู้โดยสาร พร้อมจ่ายค่าชดเชยตามอัตราระยะทางและระยะเวลาที่ล่าช้า ซึ่งมีอัตราสูงสุดประมาณ 4,500 บาท ตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำระหว่างประเทศ
นายโสภณ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญคือกรณีผู้บริโภคจองที่พักหรือการเดินทางอื่นไว้ล่วงหน้า ซึ่งสายการบินมักอ้างว่ารับผิดชอบเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่ตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศ ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการชดเชยเยียวยา และสามารถเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ เช่น ค่าโรงแรมที่จ่ายไปแล้วและไม่สามารถขอคืนได้ หรือค่ารถเช่าหากเกิดความเสียหาย เนื่องจากการยกเลิกเที่ยวบินครั้งนี้มาจากเหตุผลด้านราคาน้ำมันและการบริหารจัดการของสายการบินเอง
หากผู้บริโภคประสบปัญหาถูกสายการบินยกเลิกเที่ยวบินและได้รับการชดเชยอย่างไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ที่เว็บไซต์ https://auth-itt.caat.or.th หรือตรวจสอบจำนวนค่าชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า/ยกเลิกตามข้อบังคับ กบร.101 ได้ที่เว็บไซต์การบินพลเรือน นอกจากนี้สามารถร้องเรียนกับสภาผู้บริโภค ผ่านเว็บไซต์ https://complaint.tcc.or.th/
complaint



