
สภาผู้บริโภคเร่ง อย. กวาดล้างผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้จบในปี 69 หลังพบ “ยาย้อมผมเถื่อน” ไร้เลข อย. ไม่มีฉลากไทย กระทบผู้บริโภค
จากกรณีที่มีผู้บริโภครายหนึ่งซื้อ ยาย้อมผมเถื่อน ยี่ห้อ ฟาแจ๊ส (Fajazz) จากติ๊กต๊อก (TikTok) เนื่องจากเห็นมีโฆษณาน่าเชื่อถือ อ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติและราคาถูก แต่หลังจากใช้กลับรู้สึกแสบคันอย่างรุนแรง ศรีษะมีอาการไหม้ คัน บวมแดง และน้ำเหลืองไหล หลังเกิดเหตุพยายามติดต่อร้านค้าเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ แต่ถูกปฏิเสธโดยร้านอ้างว่า ผู้ซื้อไม่อ่านคำเตือนให้ละเอียด ทั้งที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีฉลากภาษาไทยกำกับอยู่เลย มีเพียงข้อมูลภาษาต่างประเทศเท่านั้น สภาผู้บริโภคจี้อย.เร่งกวาดล้างผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายบนออนไลน์
เร่งกวาดล้าง ยาย้อมผมเถื่อน และสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ ภายในปี 69
ภก.ภาณุโชติ ทองยัง อนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้น สะท้อนปัญหาการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมที่เป็นกรณีร้องเรียน พบว่า ไม่มีเลขจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และไม่มีฉลากภาษาไทยกำกับ ผู้บริโภคจึงไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วิธีใช้ คำเตือน วันผลิต วันหมดอายุ และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างมาก
ส่วนการโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จาก “ธรรมชาติ” “ปลอดภัย” “ไม่แพ้” หรือ “ไม่มีสารเคมี” ทั้งที่ยังมีส่วนประกอบของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย อาจเข้าข่ายโฆษณาอันเป็นเท็จ หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายเครื่องสำอาง
ภก.ภาณุโชติ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่จำหน่ายอยู่ทั้งตามร้านค้า และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง และเห็นผลภายในปี 2569 รวมถึงเพิ่มมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผิดกฎหมายมาจำหน่ายซ้ำ และลดความเสี่ยงอันตรายต่อผู้บริโภคในวงกว้าง
“ที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทั้งในกลุ่มอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงอยากเรียกร้องให้ อย. แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความจริงใจในการกวาดล้างสินค้าที่ไม่มีฉลากอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วภายในปีนี้” ภก.ภาณุโชติ กล่าว
ชง อย. ขยายบทบาท ดูแลผู้บริโภคครบวงจร
ภก.ภาณุโชติ กล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบัน พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 จะมีบทลงโทษสำหรับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสินค้าที่ผิดกฎหมาย แต่สาระสำคัญของกฎหมายยังคงมุ่งไปที่การเอาผิด มากกว่าการเยียวยา เพราะยังไม่มีบทบัญญัติที่ครอบคลุมถึงการชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ดังนั้น การคุ้มครองผู้บริโภคจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการจับกุมหรือสั่งปรับผู้กระทำผิด แต่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง อย. ควรขยายบทบาทไปสู่การดูแลผู้บริโภคอย่างครบวงจร ทั้งการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิ การเรียกร้องค่าชดเชยจากความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สิน และการเข้าถึงกระบวนการเยียวยาตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาสินค้าอันตรายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างทำงานในขอบเขตของตัวเอง เพราะหากทุกหน่วยงานเชื่อมโยงการทำงานเข้าหากัน ก็จะเกิดเป็นระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนตาข่ายคัดกรองสินค้าอันตราย ที่ช่วยทั้งป้องกันปัญหาและคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างรอบด้านและเป็นรูปธรรม
แนะ สังเกตเลข อย. – ฉลากภาษาไทย ก่อนซื้อ
สำหรับคำแนะนำต่อผู้บริโภค ภก.ภาณุโชติ กล่าวว่า ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผม ผู้บริโภคควรตรวจสอบเลขจดแจ้ง อย. ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของ อย. หากค้นหาไม่พบ หรือเลขจดแจ้งไม่ตรงกับสินค้า ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานทันที นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายจะต้องมีฉลากภาษาไทยแสดงข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน ได้แก่ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า สถานที่ตั้ง วิธีใช้ คำเตือน วันผลิต วันหมดอายุ และเลขจดแจ้ง อย.
ทั้งนี้ ก่อนใช้ยาย้อมผมทุกครั้ง ควรทดสอบอาการแพ้บริเวณท้องแขนหรือหลังหูอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนใช้จริง ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขณะมีแผลบริเวณหนังศีรษะ และไม่ควรใช้ต่อเนื่องถี่เกินไป หากมีอาการแสบ คัน หรือบวม ควรรีบล้างออกทันที โดยเฉพาะเด็กและหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสาร P-Phenylenediamine (PPD) ในปริมาณสูง
หากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม อาหาร ยา เครื่องสำอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หรือพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทย สามารถร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ที่ สายด่วน 1556 ไลน์ออฟฟิเชียล @FDATHAI อีเมล [email protected] หรือปรึกษา – ร้องเรียนกับสภาผู้บริโภคได้ที่ www.tcc.or.th



