Ribbon

สภาผู้บริโภคนั่งรองประธานกมธ. เลมอนลอว์ ดันกฎหมายจัดการของใหม่ชำรุด

กรรมาธิการ เลมอน ลอว์ ประชุมนัดแรก เคาะประธานเลือก “ศุภชัย ใจสมุทร” พร้อมวางกรอบทำงานผลักดันกฎหมาย สภาผู้บริโภคร่วมนั่งรองประธานคนที่ 2 นำเสียงประชาชน 21,111 ชื่อเข้าสู่โต๊ะพิจารณา ดันกฎหมายคุ้มครองผู้ซื้อสินค้าใหม่ที่พบความชำรุดบกพร่อง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) ครั้งที่ 1 โดยที่ประชุมมีมติเลือกนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมวางกรอบการทำงานที่จะเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนพิจารณาร่างกฎหมายเป็นรายมาตรา

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายเลมอน ลอว์ ทั้ง 6 ฉบับ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดให้ใช้ร่างของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง เป็นร่างหลักในการพิจารณา ทั้งนี้ ในจำนวนร่างที่รับหลักการมีร่างฉบับที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอโดยการเข้าชื่อของประชาชนจำนวน 21,111 รายชื่อ ตั้งแต่ปี 2567 รวมอยู่ด้วย

สำหรับผลการเลือกตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ ที่ประชุมมีมติให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นรองประธานคนที่ 1, นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เป็นรองประธานคนที่ 2, นายกันตพงษ์ ประยูรศักดิ์ เป็นรองประธานคนที่ 3 นายธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เป็นรองประธานคนที่ 4 และนายจิรวัฒน์ จังหวัด เป็นรองประธานคนที่ 5 ส่วนตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการ ที่ประชุมมอบหมายให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ทำหน้าที่ ส่วนโฆษกคณะกรรมาธิการ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีจิณณะ แย้มอ่วม นายชนาธิก จังหวัด และผศ.เอมผกา เตชะอภัยคุณ

ในการหารือกรอบการทำงาน คณะกรรมาธิการเห็นพ้องให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านในช่วงต้นของการพิจารณา ทั้งหน่วยงานภาครัฐที่มีกฎหมายเกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มธุรกิจยานยนต์ ภาคการเงินและสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ กลุ่มสินค้าทั่วไป ตลอดจนผู้บริโภค โดยอาจแบ่งการรับฟังความเห็นของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนออกเป็นคนละวาระ เพื่อให้การพิจารณาครอบคลุมและกระชับมากที่สุด พร้อมกำหนดให้ประชุมคณะกรรมาธิการในช่วงบ่ายวันพุธ เป็นหลัก ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายเลมอน ลอว์ ฉบับสภาผู้บริโภค วางอยู่บนหลักการ “ซื้อของใหม่ ต้องได้ของที่ใช้ได้จริง” โดยกำหนดให้สิทธิของผู้บริโภคเป็นสิทธิขั้นต่ำที่ไม่สามารถลดทอนได้ เว้นแต่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากกว่า พร้อมกำหนดให้ใบรับประกันสินค้าต้องมีความชัดเจน ระบุผู้รับผิดชอบ ขอบเขต และระยะเวลารับประกันอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกำหนดสิทธิของผู้บริโภคไว้ 5 ประการ เมื่อพบว่าสินค้าชำรุดบกพร่อง ได้แก่ 1) สิทธิได้รับการซ่อมแซมภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่ยืดเยื้อ 2) สิทธิเปลี่ยนสินค้าใหม่ หากซ่อมไม่สำเร็จ ซ่อมไม่แล้วเสร็จตามกำหนด หรือปัญหายังเกิดซ้ำ 3) สิทธิขอลดราคา กรณีผู้บริโภคยินยอมรับสินค้าที่มีข้อบกพร่องไว้ใช้งาน 4) สิทธิบอกเลิกสัญญาและขอคืนเงิน หากการซ่อมหรือเปลี่ยนสินค้าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และ 5) สิทธิปฏิเสธการชำระค่างวด กรณีเช่าซื้อหรือผ่อนชำระสินค้าที่ชำรุดจนใช้งานไม่ได้ เพื่อให้ผู้ให้เช่าซื้อเข้ามาร่วมรับผิดชอบ โดยการใช้สิทธิจะเริ่มจากการซ่อมก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขายแก้ไข หากไม่เป็นผลจึงใช้สิทธิในมาตรการอื่นต่อไป

ขณะที่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การโยกภาระการพิสูจน์มาที่ผู้ขาย โดยสินค้าทั่วไปหากชำรุดภายใน 6 เดือนหลังส่งมอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นความบกพร่องตั้งแต่ต้น ขณะที่รถยนต์ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสูง ขยายระยะเวลาเป็น 1 ปี เพื่อลดภาระของผู้บริโภคในการพิสูจน์ทางเทคนิค ทั้งนี้ ร่างกฎหมายครอบคลุมสินค้าใหม่ทั่วไป สินค้าเทคโนโลยี และยานพาหนะ ยกเว้นสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และบางประเภทที่อาจกำหนดเพิ่มเติมในกฎกระทรวง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ระบบเบรกและแบตเตอรี่รถยนต์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมีมติรับหลักการ พร้อมตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอให้พิจารณาเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ อาทิ การกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม และการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในเรื่องความพึงพอใจในสินค้า เพื่อให้กฎหมายมีความชัดเจน ครอบคลุม และบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคจะติดตามและรายงานความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคสามารถติดตามที่ได้เว็บไซต์ tcc.or.th