Ribbon

กมธ. เริ่มพิจารณาเลมอน ลอว์ รายมาตรา ถกสิทธิซ่อม – เปลี่ยน –  คืนเงิน

กมธ. เริ่มพิจารณาเลมอน ลอว์ รายมาตรา ถกสิทธิซ่อม - เปลี่ยน -  คืนเงิน

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. เริ่มพิจารณาเนื้อหาร่างกฎหมายรายมาตราในการประชุมครั้งที่ 4 โดยยึดร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ส่วนข้อเสนอที่แตกต่างจากร่างหลักจะบันทึกไว้เพื่อกลับมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ในเบื้องต้นที่ประชุมไม่มีข้อทักท้วงต่อชื่อกฎหมาย หลักการและเหตุผล รวมถึงข้อความที่กำหนดให้กฎหมายมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประเด็นที่มีการอภิปรายตั้งแต่ช่วงต้น คือ ขอบเขตของคำว่า “ผู้ซื้อ” “ผู้ขาย” และ คำว่า “สินค้า” โดยร่างหลักกำหนดให้ผู้ซื้อรวมถึงผู้รับโอนหรือผู้สืบสิทธิในสินค้าจากผู้ซื้อด้วย ขณะที่กรรมาธิการบางส่วนเสนอให้พิจารณาบทบาทของผู้ผลิต ผู้ให้สินเชื่อ และผู้ให้เช่าซื้อเพิ่มเติม หากบุคคลเหล่านี้มีหน้าที่หรือความรับผิดตามมาตราอื่นของร่างกฎหมาย

ส่วนสินค้าที่ผ่านการใช้งานแล้ว มีข้อเสนอว่า ไม่ควรถูกตัดออกจากการคุ้มครองทั้งหมด หากสินค้านั้นยังอยู่ในระยะเวลาที่ผู้ขายต้องรับผิด เช่น รถที่ซื้อใหม่และถูกขายต่อก่อนสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครอง ผู้รับโอนควรได้รับสิทธิในช่วงเวลาที่เหลือหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะนำกลับมาพิจารณาถ้อยคำอีกครั้ง

สำหรับหลักความรับผิด ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิด หากสินค้ามีความชำรุดบกพร่องอยู่ในเวลาส่งมอบ แม้ผู้ขายจะไม่ทราบถึงปัญหานั้น รวมถึงกรณีที่ความชำรุดเกิดจากการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือคู่มือการติดตั้งมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และหากพบความชำรุดภายในหกเดือนนับแต่วันส่งมอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นมีความชำรุดอยู่ในเวลาส่งมอบ

ที่ประชุมยังหารือถึงข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดไว้ล่วงหน้า และอาจทำให้ผู้ซื้อเสียสิทธิหรือมีภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีการยกตัวอย่างข้อความ เช่น กรณีซื้อแล้วไม่รับคืนหรือการกำหนดให้ผู้ซื้อต้องถ่ายวิดีโอขณะแกะกล่องจึงจะเรียกร้องได้ พร้อมเสนอให้พิจารณาว่า ส่วนคำว่าข้อตกลงในร่างกฎหมายควรครอบคลุมประกาศหรือเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดฝ่ายเดียวเพียงใด เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาถ้อยคำ

ในส่วนของการเยียวยา ร่างหลักกำหนดให้ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อม เปลี่ยนสินค้า ลดราคา หรือเลิกสัญญา โดยไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้เพิ่มสิทธิระงับหรือเลื่อนการชำระราคาที่ยังค้างอยู่ หากสินค้ามีความชำรุด เนื่องจากปัจจุบันสินค้าทั่วไปจำนวนมากซื้อด้วยการแบ่งชำระ รวมถึงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ข้อเสนอนี้ยังไม่มีข้อยุติ

อีกประเด็นที่มีความเห็นแตกต่าง คือ กรอบเวลาซ่อมสินค้าทั่วไป โดยร่างหลักกำหนดไว้ไม่เกิน 60 วัน ขณะที่กรรมาธิการบางส่วนเสนอให้ลดเหลือ 30 วัน เพราะระหว่างที่สินค้าถูกนำไปซ่อม ผู้ซื้ออาจยังต้องชำระเงินทั้งที่ไม่สามารถใช้งานสินค้าได้ ส่วนกรรมาธิการบางส่วนเห็นว่า สินค้าบางประเภทอาจต้องใช้เวลาตรวจหาสาเหตุหรือจัดหาอะไหล่เฉพาะ

ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงเห็นควรให้นำมาตราที่เกี่ยวกับการซ่อม เปลี่ยนสินค้า ลดราคา และเลิกสัญญามาพิจารณาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ลำดับการใช้สิทธิและกรอบเวลาของแต่ละขั้นตอนมีความชัดเจน ก่อนกลับมาหาข้อสรุปในการประชุมครั้งต่อไป