
สภาผู้บริโภค ชี้ไลฟ์สดเหตุรุนแรงบุกโรงเรียนในสงขลา ไร้การควบคุม กระทบความปลอดภัย ละเมิดสิทธิเด็ก เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนถึงแพลตฟอร์ม หน่วยงานรัฐ วางหลักเกณฑ์กำกับอย่างทันท่วงที
จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายกรณี และมีการไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์บุกยิงและจับตัวประกันภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนมีผู้เสียชีวิต ล่าสุด เกิดเหตุชายถืออาวุธปืนขู่เข้าไปก่อเหตุในโรงเรียนย่านปทุมธานี และนนทบุรี ทำให้มีโรงเรียนสั่งปิดการเรียนจำนวน 17 แห่ง เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะประกาศห้ามไลฟ์สด แต่ยังมีประชาชนบางส่วนฝืนคำสั่งแอบถ่ายทอดสด ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียน สภาผู้บริโภค เสนอแนวทางปรับปรุงกลไกคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ทั้งระดับแพลตฟอร์ม หน่วยงานรัฐ ต้องระงับเหตุทันที ไม่ให้เกิดความรุนแรง
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา เกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนและมีการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย โดยขาดการกำกับดูแลที่ทันท่วงทีผ่านแพลตฟอร์ม เช่น ติ๊กต๊อก เฟซบุ๊ก และอินสตราแกรม ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความปลอดภัยและสิทธิของเด็ก เยาวชน รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณีอาชญากรรมที่อาจจะกระตุ้นให้สถานการณ์บานปลายมากขึ้น
ในอดีต หากเกิดเหตุรุนแรงและมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถสั่งระงับการออกอากาศได้ทันที แต่ปัจจุบันการสื่อสารย้ายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทุกคนสามารถรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที ผ่านโทรศัพท์มือถือ ขณะที่มาตรฐานแนวทางการกำกับดูแลชุมชนแพลตฟอร์ม (Community Guideline) ส่วนใหญ่เป็นการตรวจสอบย้อนหลัง จึงไม่สามารถยับยั้งเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์
“ที่่ผ่านมาเกิดปัญหาความไม่ชัดเจนของเจ้าภาพในการดูแลเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ เนื่องจากการกำกับดูแลโดยมาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์มยังไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์สด (Live) ได้ทันท่วงที และขาดกลไกที่เชื่อมโยงระหว่าง “การทำผิดมาตรฐานชุมชน” กับ “การดำเนินคดีทางอาญาโดยหน่วยงานในพื้นที่ จึงควรหาแนวทางประสานงานและผลักดันให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงและการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนได้อย่างทันท่วงที”” นางสาวสุภิญญา กล่าว
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ได้เสนอแนวทางดำเนินการ 4 ด้านในการแก้ไขปัญหานี้ ได้แก่ 1. ข้อเสนอต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มควรมีทีมงานที่สามารถสั่งระงับการถ่ายทอดสดได้ทันที หากเนื้อหากระทบต่อเด็กหรือความปลอดภัย พร้อมพัฒนาระบบรับแจ้งรายงาน ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงกำหนดบทลงโทษย้อนหลังกรณีบัญชีผู้ใช้กระทำผิดมาตรฐานชุมชนอย่างร้ายแรง เพื่อสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน
2. ข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐ ทั้ง กสทช. และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี ควรทำหน้าที่เป็นตัวกลางสร้างความร่วมมือ เชิญแพลตฟอร์มและภาคประชาสังคมร่วมทบทวนมาตรฐานชุมชน นำกรณีเหตุสะเทือนขวัญที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันในอนาคต 3. ข้อเสนอต่อหน่วยงานในพื้นที่ โรงเรียน จังหวัด และตำรวจ ควรทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ หากเหตุการณ์เข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือแพ่ง ควรเป็นผู้ตั้งเรื่องดำเนินคดี เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนในความดูแลอย่างเป็นรูปธรรม และ 4. เสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์ม และภาคผู้บริโภคหรือหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เพื่อสรุปบทเรียนและกำหนดมาตรฐานการทำงานร่วมกันให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
“สภาผู้บริโภคพร้อมเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อทบทวนและยกระดับกลไกคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะในการเผยแพร่ข้อมูลให้เท่าทันสถานการณ์ในอนาคต” นางสาวสุภิญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้งที่สร้างความสูญเสียและความหวาดหวั่นให้กับสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะเหตุ “กราดยิง” ในพื้นที่สาธารณะ ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ตั้งแต่ปี 2563 เหตุกราดยิงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 30 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน ปี 2565 เกิดเหตุอดีตตำรวจกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู และปี 2566 เกิดเหตุเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงภายในห้างสรรพสินค้ากลางกรุง และล่าสุด เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เกิด 2 เหตุการณ์ไล่เลี่ยกัน ทั้งหมดตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรการป้องกัน ทั้งในเชิงความปลอดภัยทางกายภาพ และการจัดการข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการไลฟ์สดหรือเผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรงแบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์ กระทบสิทธิและศักดิ์ศรีของเหยื่อ และสร้างความตื่นตระหนกในสังคมวงกว้าง



