Ribbon

ข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….

สถานการณ์

สภาผู้บริโภคในฐานะผู้แทนของผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ในด้านการศึกษาจึงได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์และข้อกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่มีการนำเสนอและเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อกังวลในประเด็นเรื่องคุณภาพชีวิตและคุณภาพของการจัดการเรียนการสอนที่ยังไม่สามารถตอบสนองการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยได้เท่าที่ควร ทั้งนี้ เนื่องด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ถือเป็นกฎหมายแม่บทที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาจะต้องนำไปใช้ในการจัดโครงสร้างและดำเนินการจัดระบบการศึกษาต่อไป ดังนั้น ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….

ในการนี้ สภาผู้บริโภคจึงได้มีการจัดเวทีเสวนานโยบายสาธารณะ (Public Policy Forum) ครั้งที่ 1 เรื่อง “ชำแหละร่างพระราชบัญญัติการศึกษา ฟังเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง” ขึ้น เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นจากนักวิชาการ เยาวชน คุณครูและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ซึ่งภายหลังการจัดกิจกรรมข้างต้น สภาผู้บริโภคเล็งเห็นว่าข้อคิดเห็นที่ได้รับจากกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาและจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในกระบวนการนิติบัญญั


การดำเนินงาน

  1. คณะอนุกรรมการด้านการศึกษาได้จัดเวทีเสวนานโยบายสาธารณะ (Public Policy Forum) ครั้งที่ 1 เรื่อง “ชำแหละร่างพระราชบัญญัติการศึกษา ฟังเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง” วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เวลา 08.30-16.00 น. ณ ห้องมิวเซียมฮอลล์ โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม (MeStyle Museum Hotel) เพื่อรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะทางนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคประกอบการพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
  2. ยื่นข้อคิดเห็นกับประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดี ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ อาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร 1111 ถ.สามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เวลา 09.00-11.00 น.

ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค

  1. ประเด็นเรื่องการเรียนฟรี
    ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. จะต้องรองรับต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 54 ประกอบกับคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)* ที่ 28/2559 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2559 ที่คำนึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยระบุให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกันอย่างเสมอภาคโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) หรือเทียบเท่าและให้หมายรวมถึงการศึกษาพิเศษ และการศึกษาสงเคราะห์
    *หมายเหตุ : เหตุที่ยังใช้คำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 เนื่องจากบทเฉพาะกาล มาตรา 279 ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดว่าบรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ มีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป

  2. ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา
    ขอให้ระบุให้ชัดเจนว่าสถานศึกษาทุกแห่งต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและสภาพจิตใจของผู้เรียน โดยมีระบบดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยและคุ้มครองสิทธิของผู้เรียนของสถานการศึกษานั้น ๆ

  3. การให้พื้นที่การมีส่วนร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
    ขอให้ระบุให้สถานศึกษาทุกแห่งเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวแทนของเด็กและเยาวชน ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษารวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร การสอน และกฎระเบียบการศึกษาในระดับสถานศึกษา ตลอดจนมีตัวแทนของสภานักเรียนร่วมเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา

  4. การปรับปรุงหลักสูตรแกนกลาง
    ขอให้ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางและเกณฑ์ตัวชี้วัดที่ไม่มากเกินความจำเป็น เพื่อให้สถานศึกษาสามารถยืดหยุ่นและมีเวลาในจัดการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและสอดคล้องกับภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม จุดเด่นของสถานศึกษาในพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงการจัดการศึกษาและดูแลเด็กให้สอดคล้องกับอนุสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กด้วย

  5. มาตราที่ 8
    ขอให้ทบทวนและพิจารณาระบุรายละเอียดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละช่วงวัยที่มากเกินความจำเป็น และเป็นข้อจำกัดในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยควรระบุเป็นเป้าหมายปลายทางของการจัดการศึกษา (Outcome of education) ดังนั้น เนื้อหาในมาตรานี้ควรระบุเฉพาะคุณลักษณะหลัก (key characteristics) ของผู้เรียนที่สอดคล้องกับบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงหลักการพัฒนาการเด็ก ทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา จะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้ในฐานะธรรมนูญทางการศึกษา

  6. มาตราที่ 10
    ขอให้มีการปรับช่วงวัยตามที่กำหนดในมาตรา 8 ประกอบมาตรา 10 ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดด้วย

  7. มาตราที่ 15
    เสนอแก้ไขให้ตัดประโยคที่ว่า “เว้นแต่จะมีกฎหมายอนุญาตให้ทำได้” ออก เนื่องจากสถานศึกษาไม่ควรมุ่งดำเนินการไปเพื่อการแสวงหากำไร หากมีผลกำไรควรอยู่ในอัตราที่เทียบเท่านิติบุคคลกิจการประเภทอื่น

  8. มาตราที่ 35
    ขอให้มีระบบในการผลิตและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครูทุกคนมีสมรรถนะด้านพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน รวมทั้งด้านจิตวิทยาการเรียนรู้และด้านพัฒนาสมองเด็ก ขอให้รัฐจัดให้มีนักจิตวิทยา พัฒนาการเด็กหรือผู้ให้คำปรึกษาในระดับพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของครูในการดูแลและพัฒนาผู้เรียน

  9. มาตราที่ 57
    ควรระบุให้รัฐจัดให้มีการประเมินผลหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับการประเมินระดับสติปัญญาของผู้เรียน (IQ) และการประเมินสมรรถนะที่สอดคล้องกับการประเมินผลระดับนานาชาติ

  10. มาตราที่ 88
    องค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติไม่ควรกำหนดให้มีสัดส่วนคณะกรรมการโดยตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงมากเกินไป เนื่องด้วยเป็นตำแหน่งที่มีภารกิจต้องรับผิดชอบจำนวนมาก หากต้องพิจารณาเรื่องเร่งด่วนอาจไม่สามารถพิจารณาได้ทันกับสถานการณ์ จึงเสนอให้ลดจำนวนกรรมการในสัดส่วนของปลัดกระทรวงลงจาก 8 เหลือ 5 และให้เพิ่มกรรมการในสัดส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยาพัฒนาการและสติปัญญาของเด็กและเยาวชน 1 คน ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการศึกษา 1 คน และตัวแทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอจำนวน 1 คน

ความคืบหน้า

  1. คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้นำเอกสารข้อคิดเห็นเป็นเอกสารในที่ประชุม เพื่อพิจารณาประกอบการจัดทำร่างพระราชบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ….

  2. วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30-13.30 น. คณะอนุกรรมการด้านการศึกษาได้จัดเวทีเสวนานโยบายสาธารณะ (Public Policy Forum) เรื่อง การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาไทย : ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับใหม่ ณ ห้องเดอะวัน บอลรูม (The one ballroom) ชั้น 4 โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา เพื่อติดตามสถานการณ์ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ของตนเองว่ามีวิสัยทัศน์ร่วมและข้อเสนอเฉพาะอย่างไร

  3. คณะอนุกรรมการด้านการศึกษา ได้จัดจ้างงานวิจัยโครงการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบกฎหมายแม่บททางการศึกษา (education act) : พหุกรณีประสบการณ์จากต่างประเทศ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สาระสำคัญของกฎหมายแม่บททางการศึกษาจากประเทศที่มีระบบการศึกษาหลากหลายและมีบริบทแตกต่างกัน / เพื่อสังเคราะห์บทเรียนและแนวทางเชิงนโยบายจากประสบการณ์ต่างประเทศในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และครอบคลุม / เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเชิงระบบที่สามารถนำไปประกอบการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ของประเทศไทยให้มีความเหมาะสมกับบริบทปัจจุบันและอนาคต