ข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต่อประเด็น เรื่อง ความปลอดภัยด้านร่างกายและจิตใจในสถานศึกษา (School Violence and Wellbeing)

สถานการณ์
สภาผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในประเด็น “ความปลอดภัยด้านร่างกายและจิตใจ” ที่ยังคงมีรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการกลั่นแกล้ง (Bullying) การทำร้ายกันระหว่างนักเรียน ตลอดจนกรณีที่บุคลากรในโรงเรียนใช้ความรุนแรงกับนักเรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนประสบการณ์และข้อเสนอจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
สภาผู้บริโภคได้ดำเนินการ จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นจากครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงการจัดเวทีเสวนาและเวิร์กชอปในหัวข้อ “Safe Zone: เปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยขึ้น” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ปัญหา และเสนอแนะแนวทางแก้ไขในเชิงระบบ
จากกระบวนการดังกล่าว สภาผู้บริโภคได้จัดทำข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต่อประเด็นความปลอดภัยด้านร่างกายและจิตใจในสถานศึกษา (School Violence and Wellbeing)
เพื่อเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการใช้เป็นแนวทางประกอบการกำหนดนโยบายระดับชาติ ตลอดจนการพัฒนากลไกเชิงปฏิบัติในสถานศึกษาทั่วประเทศ
สภาผู้บริโภคจึงใคร่ขอยื่นข้อเสนอดังกล่าวมายังท่านรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ และสนับสนุนการนำข้อเสนอไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านหน่วยงานหรือกลไกที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการศึกษาที่คำนึงถึงความปลอดภัย สุขภาวะ และสิทธิของนักเรียนอย่างแท้จริง
การดำเนินงาน
- จัดทำสำรวจเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งเปิดรับคำตอบในช่วงวันที่ 8-22 เมษายน 2568
- จัดเวทีเสวนา & Workshop เรื่อง Safe Zone : เปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย
วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30-13.00 น. ณ Auditorium A และ B ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ Thailand Creative & Design Center (TCDC) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน และเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาและผลกระทบของความไม่ปลอดภัยในโรงเรียน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนที่เคารพในสิทธิและความเท่าเทียมของนักเรียนทุกคน - อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนัดยื่นข้อเสนอและเข้าพบ
ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษา โดยจัดสรรทรัพยากรและระบบบริการด้านสุขภาพจิตเพื่อรองรับการดูแลผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาที่เพียงพอ และส่งเสริมบทบาทของครูในการดูแลจิตใจนักเรียนผ่านการอบรมเชิงจิตวิทยาและการรับฟังเชิงลึก (deep listening) รวมถึงการจัดตั้งระบบติดตามดูแลนักเรียนที่เผชิญความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาทักษะการปรับตัวและภูมิคุ้มกันทางใจ เพื่อให้นักเรียนสามารถเผชิญและรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และโรงเรียน
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้มีแนวปฏิบัติและมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยกำหนดมาตรฐานกลางในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำให้มีความมิดชิดและปลอดภัย ป้องกันการล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศ ควบคู่ไปกับการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้า อบายมุข และสิ่งเสพติดอื่น ๆ ในสถานศึกษาอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งกำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยจากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้จัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเปิดช่องทางรับฟังปัญหาที่ไม่ระบุตัวตนผ่านกล่องรับแจ้งเหตุ โดยมีระบบจัดการที่โปร่งใสและมีนักเรียนมีส่วนร่วมในการติดตามผล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมการเรียนรู้และการรับมือกับปัญหาไซเบอร์บูลลี่ในสถานศึกษา จัดให้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับ “ไซเบอร์บูลลี่” และ “สิทธิในโลกออนไลน์” ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา พร้อมอบรมครูและบุคลากรให้เข้าใจปัญหาและมีทักษะในการดูแลนักเรียน สนับสนุนการจัดกิจกรรมรณรงค์ร่วมกับหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้างค่านิยมการใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ รวมถึงพัฒนาระบบแจ้งเตือนและร้องเรียนพฤติกรรมความรุนแรงทางไซเบอร์ที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย และส่งเสริมการดูแลกันเองในหมู่นักเรียน (Peer support) เพื่อสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ของเยาวชน
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมระบบคุ้มครองสิทธิเด็กและสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาอย่างปลอดภัย โดยจัดให้มีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ที่ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนและสภานักเรียนมีบทบาทในการเฝ้าระวังและสื่อสาร ส่งเสริมการพัฒนาครูให้เข้าใจสิทธิเด็กและจัดการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางใจอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการจัดทำข้อตกลงร่วมในโรงเรียน รวมถึงกำหนดบทบาทของคุรุสภาให้กำกับดูแลนโยบายการคุ้มครองสิทธิเด็กและจรรยาบรรณวิชาชีพครูอย่างจริงจังและให้มีผลในทางปฏิบัติ
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการสนับสนุนสุขภาพจิตของนักเรียน โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้สามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเข้าใจบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการผลักดันระบบส่งต่อและการบำบัดที่เข้าถึงง่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ในโรงเรียน เช่น เวิร์กช็อประหว่างผู้ปกครองและนักเรียนหรือการให้คำปรึกษาแบบครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวเป็นพลังในการเยียวยาและป้องกันปัญหาทางจิตใจของเยาวชน
- ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพัฒนาระบบการเรียนรู้และการดูแลนักเรียนในประเด็นเพศศึกษาและการคุกคามทางเพศ โดยจัดอบรมครู บุคลากร และนักเรียนเรื่องเพศศึกษาที่ครอบคลุมสิทธิในร่างกาย ความหลากหลายทางเพศ และการยุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อม พร้อมสร้างกลไกในโรงเรียนให้ครูและเจ้าหน้าที่สามารถประสานงานและให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ โดยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และอบรมด้านจิตวิทยาการสื่อสารกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ควรจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและบำบัดทางจิตใจในโรงเรียน พร้อมระบบติดตามผลระยะยาว เพื่อส่งเสริมการเยียวยาอย่างครบถ้วนทั้งร่างกายและจิตใจ
ความคืบหน้า
- ยื่นข้อเสนอกับกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 2 กันยายน 2568 หนังสือสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ TCC.นย.1459/2568 ลงวันที่ 1 กันยายน 2568
- การส่งหนังสือติดตาม ที่ TCC.นย.2121/2568 17 ธันวาคม 2568 เรื่อง ติดตามการตรวจสอบและผลการดำเนินการเรื่อง ข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต่อ ประเด็น เรื่อง ความปลอดภัยด้านร่างกายและจิตใจในสถานศึกษา (School Violence and Wellbeing)

