ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“SAWAD”)

สถานการณ์
จากการตรวจสอบของสภาผู้บริโภค พบว่าบริษัท ศรีสวัสดิ์คิดดอกเบี้ยโหด และบริษัทในเครือ มีการทำนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเงิน มุ่งจุดประสงค์ให้ได้ดอกเบี้ยหรือค่าบริการอื่น ๆ ให้ได้มากที่สุด ทั้งคิดดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด รวมถึงการให้ลงลายมือชื่อบนกระดาษเปล่าโดยไม่แจ้งรายละเอียดแห่งสัญญากู้ ทำให้ถูกเก็บเงินค่าธรรมเนียมค่าบริการและอื่น ๆ โดยไม่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบขณะทำสัญญา พร้อมส่งมอบเงินกู้ไม่ครบถ้วนโดยไม่แจ้งรายละเอียด อีกทั้งยังไม่ส่งมอบสัญญากู้ฉบับตัวจริง ตารางแสดงภาระหนี้สิน และใบเสร็จหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นหลักฐานและเพื่อการตรวจสอบ สำหรับพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิและได้รับผลกระทบทางการเงินที่ต้องรับภาระมากขึ้น มีผลเสียทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถชำระหนี้ต่อไป จึงเกิดผิดสัญญาเงินกู้ตามมา
การดำเนินงาน
- หนังสือที่ TCC.นย.(พิเศษ) 928/2567 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 สภาองค์กรของผู้บริโภคได้จัดทำหนังสือข้อเสนอขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“SAWAD”) ถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำเนาเรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
- หนังสือที่ TCC.นย.1515/2567 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เรื่องขอทราบผลการดำเนินงาน ถึง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ 3. หนังสือที่ TCC.คพ.1273/2567 ลงวันที่ 30 กันยายน 2567 เรื่องขอทราบผลการดำเนินงาน ถึง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ เรื่องขอทราบผลการดำเนินการ
ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจาก สคบ. ได้ส่งเรื่องไปยังกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภคขอให้ดำเนินคดีอาญากับบริษัท ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์ 2014 จำกัด และบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับพวกในฐานความผิดไม่ส่งมอบสัญญากู้ยืมเงินให้กับผู้บริโภค ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคของสถาบันการเงินเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีหนังสือแจ้งกลับมายังสภาผู้บริโภคว่าได้รับคำร้องของสภาผู้บริโภคกรณี บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษแล้ว คดีพิเศษเลขที่ 47/2567
ความคืบหน้า
- หนังสือที่ กลต.จท-1 577/2568 เรื่อง ข้อร้องเรียนกรณีบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปเรชั่น จำกัด (มหาชน) สำนักก.ล.ต. ขอเรียนว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยังไม่พบพยานหลักฐานที่แสดงได้ว่ามีการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ โดยยังมีประเด็นที่จำเป็นต้องมีผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณาซึ่งหากได้ข้อมูลดังกล่าวแล้ว สำนักงาน ก.ล.ต. จะนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป ซึ่งหากปรากฎข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงได้ว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิด จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
- วันที่ 8 ตุลาคม 2568 สภาผู้บริโภคได้ร่วมเป็นตัวแทนของผู้บริโภค ในการดำเนินการยื่นฟ้อง บริษัท ศรีสวัสดิ์ และบริษัทในเครือ ต่อศาลแพ่ง รัชดา เนื่องจากมีการทำนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จัดทำสัญญาขึ้นใหม่ขัดกับเจตนาเดิมของผู้บริโภคเพื่ออำพรางสัญญากู้ยืม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากว่าผู้บริโภคได้รับผลกระทบและถูกเอาเปรียบในการทำสัญญาหลายด้าน และ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทศรีสวัสดิ์และบริษัทในเครือรวม 6 บริษัทประกอบด้วย บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2022 จํากัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหไทย โดยการฟ้องร้องครั้งนี้มีสาระสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การละเมิดสิทธิผู้บริโภค การผิดสัญญาการให้บริการ และการเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ



