Ribbon

คุมเงินเทา รัฐแก้ไม่ตรงจุด ชงกำกับแพลตฟอร์ม

จากการที่ภาครัฐ โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่น่าสงสัย หรือ ดาต้าบูโร (Data Bureau) เพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายสกัดเงินสีเทาและธุรกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ สภาผู้บริโภค ประเมินแนวทางดังกล่าวยังไม่เพียงพอ ต้องมุ่งกำกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เครือข่ายโทรคมนาคม เพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

น.ส. สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค ระบุว่า การจัดตั้งดาต้าบูโรเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการยกระดับการกำกับดูแลทางการเงินของประเทศ แต่หากตรวจสอบเฉพาะธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอต่อการจัดการเงินสีเทาอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่ครอบคลุมช่องทางการหลอกลวงผู้บริโภคที่เกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และเครือข่ายโทรคมนาคม ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหา

“วันนี้ผู้บริโภคถูกหลอกตั้งแต่การเห็นโฆษณา ถูกติดต่อผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือการโทรศัพท์ หากรัฐตรวจสอบเฉพาะตอนเงินถูกโอนแล้ว เท่ากับเราแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ต้นเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข” น.ส.สุภิญญากล่าว

นอกจากนี้ การจัดการเงินสีเทาควรเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล การโฆษณาออนไลน์ การยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน ซิมการ์ด และบัญชีม้า กลางน้ำ คือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์ม โทรคมนาคม และระบบการเงิน เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแบบทันท่วงที และ ปลายน้ำ คือการอายัดเงินอย่างรวดเร็ว การเยียวยาผู้เสียหาย และการมีช่องทางร้องเรียนที่เชื่อมต่อกับหน่วยงานรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคคาดหวังให้คณะทำงานดาต้าบูโรขยายมุมมองจากการป้องกันการฟอกเงิน ไปสู่การป้องกันความเสียหายของผู้บริโภคโดยตรง ไม่ใช่เพียงการติดตามย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุแล้ว พร้อมเสนอเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนและองค์กรผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบและมาตรการกำกับดูแล

น.ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า อยากเห็นการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างแท้จริงระหว่าง คน แพลตฟอร์ม และเงิน โดยไม่ทำงานแยกส่วนเป็นรายหน่วยงาน พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาเงินสีเทาจะสำเร็จได้ ต้องยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หากสามารถป้องกันการถูกหลอกได้ตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ทำอย่างไรที่เราจะใช้ข้อมูลนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการป้องกัน กลางน้ำคือการปราบปราม และ ปลายน้ำคือการเยียวยาผู้เสียหาย โดยคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคไปพร้อมกัน หากระบบใหม่ทำให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรกได้ แสดงถึงความสำเร็จที่แท้จริงของการปราบปรามสแกมเมอร์ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศ” น.ส.สุภิญญา กล่าวทิ้งท้าย