Ribbon

ใครไม่รู้ ชุมชนรู้ ชมรมแพทย์ชนบท กู้ชีพจากวิกฤติโควิดจริง

Getting your Trinity Audio player ready...
ใครไม่รู้ ชุมชนรู้ ชมรมแพทย์ชนบท กู้ชีพจากวิกฤติโควิดจริง

การดำเนินงานของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในช่วงวิกฤตโควิด เป็นตัวอย่างของการใช้ระเบียบว.115 ตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยไม่ต้องติดขัดกับขั้นตอนทางเอกสารที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เร่งด่วน ระเบียบเหล่านี้จึงไม่ใช่ช่องโหว่ของระบบ แต่คือกลไกที่รัฐตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้การช่วยชีวิตคนในยามคับขันเกิดขึ้นจริง จากกรอบกฎหมายดังกล่าว ชมรมแพทย์ชนบทจึงสามารถระดมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำงานร่วมกับชุมชนและภาคประชาชน เพื่อคัดกรอง แยกผู้ติดเชื้อ และจัดระบบการดูแลรักษา ลดความสูญเสีย และยับยั้งการแพร่ระบาดไม่ให้ลุกลามออกไปในวงกว้าง

นิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนภาคประชาชนที่อยู่หน้างานตอนนั้น เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวตนกำลังขับเคลื่อนนโยบายบำนาญถ้วนหน้า ร่วมกับเครือข่ายชุมชนแออัดทั้งสี่ภาคและชุมชนในกรุงเทพมหานคร ทว่าการแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้เข้ามาเปลี่ยนสถานการณ์อย่างฉับพลัน ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจำเป็นต้องชะลอลงชั่วคราว

สถานการณ์โควิด 19 ได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน โดยเฉพาะเมื่อมีพี่น้องประชาชนติดเชื้อแต่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อมีราคาสูงเกินเอื้อม รถตรวจพระราชทานมีจำนวนจำกัดและต้องรอคิวนาน ทำให้หลายคนไม่อาจทราบได้ว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่ สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง พร้อมกับความกังวลว่าหากประชาชนในกรุงเทพฯ เดินทางกลับภูมิลำเนา อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังต่างจังหวัดในวงกว้าง

จุดเปลี่ยนวิกฤต วันที่ ชมรมแพทย์ชนบท ตัดสินใจลงพื้นที่

ท่ามกลางวิกฤตครั้งนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้ติดต่อสอบถามถึงสถานการณ์ และร่วมกันหาทางออกเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เชื้อกระจายออกสู่ต่างจังหวัด ด้วยการระดมทีมจากชมรมแพทย์ชนบทลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก เป้าหมายสำคัญคือการแยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ไม่ติดเชื้อ และจัดระบบการดูแลรักษาตามระดับความรุนแรงของอาการ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานของทีมชมรมแพทย์ชนบทในพื้นที่เมืองหลวง

อย่างไรก็ตาม การทำงานในภาวะฉุกเฉินจำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็วในการจัดหาอุปกรณ์และบริหารทรัพยากร ซึ่งไม่อาจดำเนินการตามขั้นตอนราชการปกติได้ระเบียบกรมบัญชีกลาง ว.115 ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นได้จริง เพราะระเบียบดังกล่าวเปิดช่องให้หน่วยงานสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

การอาศัยระเบียบนี้ทำให้ทีมแพทย์สามารถเดินหน้าตรวจเชิงรุกได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องรอขั้นตอนที่อาจทำให้การควบคุมโรคล่าช้า และเสี่ยงต่อการสูญเสียมากยิ่งขึ้น

“ถ้าไม่ทำอะไรเลย แล้วคนกรุงเทพฯ กระจายออกไปจังหวัดอื่น ยุ่งแน่” คือถ้อยคำที่สะท้อนความเร่งด่วนของสถานการณ์จาก นพ.สุภัทร ที่ทำให้ตัดสินใจเข้ามาช่วยชีวิตประชาชนในเมืองหลวง

หลังจากมีข้อสรุปว่าชมรมแพทย์ชนบทจะเข้ามาช่วยเหลือ ได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของชุมชน การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้วันและสถานที่ตรวจ การจัดคิว และการระดมอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการทำงานหน้างาน ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการประสานพื้นที่ กำหนดจำนวนผู้เข้ารับการตรวจในแต่ละวัน ขณะที่ทีมแพทย์ทำหน้าที่วางแผนการตรวจรายวันอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ

อีกภารกิจสำคัญคือการจัดทำระบบบันทึกข้อมูล โดยมีการประกาศรับอาสาสมัครเพื่อช่วยบันทึกรายชื่อผู้เข้ารับการตรวจอย่างเป็นระบบ ทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและเลขบัตรประชาชน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายค่าชุดตรวจ ATK ทีมชุมชนจึงทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการจัดเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วน และส่งต่อให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นอกจากการทำงานเชิงรุกแล้ว ยังมีการดำเนินงานเชิงป้องกันผ่านการอบรมแกนนำชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด 19 ตั้งแต่ลักษณะของเชื้อ ระยะฟักตัว วิธีการแพร่กระจาย ไปจนถึงประสิทธิภาพของการสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตามระดับการสัมผัส เพื่อให้ชุมชนสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องและเกิดความมั่นใจในการดูแลตนเอง

การเข้ามาของทีมแพทย์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมการระบาด เนื่องจากช่วยให้สามารถระบุผู้ติดเชื้อและแยกกักตัวได้อย่างทันท่วงที ลดปัญหาเตียงผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล โดยผู้ที่มีอาการเล็กน้อยสามารถดูแลตนเองที่บ้านได้ ทำให้ทรัพยากรทางการแพทย์ถูกจัดสรรให้กับผู้ป่วยอาการหนักอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการพัฒนาอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต

ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและชมรมแพทย์ชนบท ยังนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้และการผลักดัน นโยบายการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation และนโยบายการกักตัวและดูแลตนเองในระบบชุมชน (Community Isolation)จนกลายเป็นกลไกหลักในการรับมือกับการระบาดในระยะต่อมา

นอกจากนี้ ยังมีทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์จากภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการตรวจคัดกรอง โดยนิมิตร์ระบุว่า ได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของภาคธุรกิจที่ต้องการช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึง

วิกฤตควรนำไปสู่การปรับปรุง ไม่ใช่การซ้ำเติม

นิมิตร์ มองว่า ระเบียบ ว.115 เป็นตัวอย่างสำคัญ ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยช่วยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและขั้นตอนให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานหน้างานได้คล่องตัวขึ้น พร้อมเสนอว่ากระทรวงสาธารณสุขคว รนำบทเรียนจากช่วงวิกฤตมาใช้ปรับปรุงระบบราชการ เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน แทนที่จะนำข้อจำกัดมาใช้เป็นจุดอ่อน

การทำงานในช่วงโควิดเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความวุ่นวาย ย่อมมีข้อบกพร่องด้านเอกสารหรือระเบียบปฏิบัติบ้างเป็นธรรมดา แต่การนำประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นเหตุผลในการสั่งย้ายหรือปลด นพ.สุภัทร ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

“หากระบบราชการยังคงกลั่นแกล้งหรือลงโทษผู้ที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือในยามวิกฤต อาจทำให้ในอนาคตไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาอาสาแก้ไขปัญหาอีก” นิมิตร์กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้สื่อสังคมออนไลน์ถ่ายทอดประสบการณ์การรอคิวตรวจโควิด หรือการดูแลตนเองในช่วงวิกฤต เพื่อสะท้อนภาพความจริงที่เกิดขึ้น และร่วมกันยืนยันข้อเท็จจริง รวมถึงส่งกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เคยเสียสละช่วยเหลือชุมชน

นิมิตร์ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ นพ.สุภัทร และทีมงานได้ทำลงไป คือการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย โดยการลงพื้นที่แต่ละครั้งไม่ได้เกิดจากแพทย์เพียงคนเดียว หากแต่เป็นความร่วมมือของบุคลากรจากโรงพยาบาลหลากหลายแห่ง ที่ตั้งใจมาช่วยแบ่งเบาภาระและขยายการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง