แม้จำนวนคดีออนไลน์จะลดลง แต่ความเสียหายต่อคนกลับเพิ่มขึ้นกว่า 41% สะท้อนว่ามิจฉาชีพยังสร้างความเสียหายได้รุนแรงขึ้น และถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องยกระดับมาตรการป้องกันให้มากกว่านี้

ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปรียบเทียบสถิติเดือนมิถุนายน 2569 กับช่วงวันที่ 1–17 กรกฎาคม 2569 พบว่า แม้จำนวนคดีออนไลน์ที่ได้รับแจ้งจะลดลงจาก 22,474 เหลือ 12,968 คดี และมูลค่าความเสียหายรวมลดลงจาก 640 ล้านบาท เหลือ 521 ล้านบาท แต่ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดกลับเป็น มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีที่เพิ่มขึ้นถึง 41.11% จากเฉลี่ย 28,486 บาทต่อคดี เป็น 40,196 บาทต่อคดี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้จำนวนผู้เสียหายจะลดลง แต่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกลับสูญเงินมากขึ้นในแต่ละครั้ง อาจเป็นผลจากกลลวงที่ซับซ้อนขึ้น การเข้าถึงเหยื่อที่มีเงินในบัญชีจำนวนมาก หรือการหลอกให้โอนเงินครั้งละมูลค่าสูง ส่งผลให้ความเสียหายโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง แม้จำนวนคดีจะลดลงก็ตาม
สถานการณ์นี้จึงไม่ควรตีความว่า “ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์กำลังดีขึ้น” แต่ควรเป็นสัญญาณให้ทุกภาคส่วนเร่งยกระดับมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคาร และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและปิดกั้นบัญชีหรือธุรกรรมต้องสงสัย รวมถึงเร่งอายัดเงินและลบช่องทางหลอกลวงให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดความเสียหายก่อนที่จะเกิดขึ้น
การลดจำนวนคดีเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การลดความเสียหายของผู้บริโภค เพราะเป้าหมายของการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ไม่ใช่เพียงทำให้สถิติลดลง แต่ต้องทำให้ประชาชนสูญเสียเงินและทรัพย์สินน้อยลงอย่างเป็นรูปธรรม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



