Ribbon

น้ำลดแล้ว อย่าเพิ่งลองรถ! EVน้ำท่วม ต้องตรวจให้ชัวร์ก่อนใช้

หลังน้ำลด เจ้าของรถอาจอยากกดเปิดระบบดูสักครั้งว่า “รถยังใช้ได้ไหม” แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมจนแช่น้ำ หรือสงสัยว่าน้ำเข้าสู่ระบบไฟฟ้า ควรหยุดไว้ก่อน เพราะสภาพภายนอกบอกไม่ได้ว่าระบบภายในยังปลอดภัยหรือไม่

สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NHTSA เตือนว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ถูกน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและการลัดวงจร ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตหรือเพลิงไหม้ได้ จึงต้องตรวจสอบความเสียหายก่อนเปิดใช้งาน แม้น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม

น้ำยังไม่ถึงรถ ย้ายได้เมื่อทางปลอดภัย

หากน้ำยังไม่ถึงรถ ให้ย้ายไปจอดบนพื้นที่สูงเมื่อเส้นทางยังปลอดภัย อย่าฝืนขับผ่านถนนที่น้ำท่วมเพื่อหาที่จอดใหม่ เพราะอาจประเมินความลึกและสภาพถนนใต้น้ำไม่ได้

รถถูกน้ำท่วมแล้ว จำไว้ 3 ข้อ “ไม่เปิด ไม่ขับ ไม่ชาร์จ”

อย่ากดเปิดระบบเพื่อทดสอบ อย่าลองขับแม้เพียงระยะสั้น และอย่าเสียบชาร์จจนกว่าช่างที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูงของรถ EV จะตรวจสอบและยืนยันว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ไม่ควรแกะระบบไฟ ถอดสายไฟ หรือพยายามซ่อมเอง ให้ติดต่อศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นเพื่อรับคำแนะนำ

น้ำลดแล้ว โทรหาประกันและศูนย์บริการก่อน

แจ้งบริษัทประกันและศูนย์บริการว่ารถถูกน้ำท่วม พร้อมรายละเอียดเท่าที่ทราบ เช่น จุดจอดรถ ระดับน้ำ และช่วงเวลาที่รถแช่น้ำ ถ่ายภาพสภาพรถและรอยคราบน้ำไว้เป็นหลักฐาน เฉพาะเมื่ออยู่ในจุดที่ปลอดภัย ไม่ต้องเข้าใกล้หรือมุดใต้รถเพื่อถ่ายภาพให้ครบ

หากต้องเคลื่อนย้าย ให้แจ้งผู้ให้บริการรถยกอย่างชัดเจนว่าเป็น “รถ EV ถูกน้ำท่วม” พร้อมยี่ห้อและรุ่น เพื่อให้ขนย้ายตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด รถแต่ละรุ่นอาจมีข้อจำกัดในการลากจูงต่างกัน

เจอควัน ความร้อน หรือเสียงผิดปกติ ให้ถอยทันที

หากพบควัน ความร้อนผิดปกติ เสียงปะทุ หรือเสียงฟู่จากรถ ให้ถอยห่าง พาคนรอบข้างออกจากบริเวณ และแจ้งดับเพลิงหรือหน่วยกู้ภัยทันที โดยบอกว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม อย่าเข้าไปเปิดฝากระโปรง มุดดูใต้ท้องรถ เคลื่อนย้ายรถ หรือพยายามดับไฟเอง เพราะแบตเตอรี่ที่เสียหายอาจเกิดไฟไหม้ภายหลังได้ แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะผ่านไปแล้ว

น้ำลดแล้วจึงเป็นเวลาติดต่อช่าง ไม่ใช่เวลาทดลองรถ ยึดไว้ก่อนว่า “ไม่เปิด ไม่ขับ ไม่ชาร์จ” จนกว่าจะตรวจสอบความปลอดภัยเรียบร้อย