Ribbon

ออแกไนซ์ทิ้งงาน มีสิทธิเรียกเงินคืนและเรียกค่าเสียหายได้

จ่ายเงินจ้างออแกไนซ์ แต่ถูก "ทิ้งงาน" มีสิทธิเรียกเงินคืนและเรียกค่าเสียหายได้

4 สัญญาณเตือน ออแกไนซ์ทิ้งงาน

ก่อนถึงวันจัดงาน หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้ ควรเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบสถานะการดำเนินงานทันที

1. ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง
ไม่สามารถติดต่อบริษัทหรือผู้รับผิดชอบได้ ทั้งทางโทรศัพท์ ไลน์ หรือเฟซบุ๊ก

2. เลื่อนงานโดยไม่มีเหตุผลอันควร
มีการเลื่อนการดำเนินงานหรือเปลี่ยนแผนซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนได้

3. มีข้อมูลว่าบริษัทขาดความพร้อม
พบข้อมูลหรือพฤติกรรมที่ทำให้สงสัยว่าบริษัทอาจไม่สามารถดำเนินงานตามที่ตกลงไว้ได้

4. พบผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน
หากพบว่ามีผู้ว่าจ้างรายอื่นประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ควรเก็บข้อมูลและหลักฐานไว้ประกอบการดำเนินการ

4 ขั้นตอนรับมือ

เมื่อพบว่าออแกไนซ์ไม่ดำเนินงานตามข้อตกลง หรือมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถจัดงานได้ ผู้ว่าจ้างสามารถดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง

1. ส่งหนังสือทวงถาม

ส่งหนังสือถึงผู้รับจ้างเพื่อทวงถามให้ดำเนินงานตามสัญญาหรือคืนเงิน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ตอบกลับอย่างชัดเจน และเก็บหลักฐานการส่งหนังสือไว้

2. บอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืน

หากพ้นกำหนดที่แจ้งไว้ หรือมีความชัดเจนว่าผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานตามที่ตกลงกันได้ ผู้ว่าจ้างสามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามกฎหมาย และเรียกเงินที่จ่ายไปคืน รวมถึงค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

3. แจ้งความดำเนินคดี

หากพบพฤติกรรมหลอกลวง มีเจตนาทุจริต หรือมีผู้เสียหายหลายราย สามารถแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในฐาน “ฉ้อโกง” ได้

4. ใช้สิทธิฟ้องคดีผู้บริโภค

ผู้ว่าจ้างสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาลแผนกคดีผู้บริโภค เพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้างและค่าเสียหายอื่น ๆ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล

ต้องเก็บหลักฐานอะไรบ้าง

หากเกิดปัญหากับผู้รับจัดงาน อย่าเพิ่งลบแชตหรือหลักฐานต่าง ๆ เพราะข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการทวงถามและดำเนินการตามสิทธิ ควรเก็บหลักฐานให้ครบ ได้แก่

  • สัญญาว่าจ้าง
  • ใบเสนอราคาและรายละเอียดแพ็กเกจ
  • สลิปหรือหลักฐานการโอนเงิน โดยเฉพาะข้อมูลบัญชีผู้รับเงิน
  • หลักฐานการพูดคุยทุกช่องทาง เช่น แชต ไลน์ หรือข้อความต่าง ๆ
  • ภาพโฆษณาหรือรีวิว ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจ้าง

ไม่ใช่แค่เงินค่าจ้าง ค่าเสียหายอะไรที่อาจเรียกได้

เมื่อออแกไนซ์ไม่สามารถดำเนินงานตามที่ตกลงไว้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าค่าจ้างที่จ่ายไป เช่น

  • ส่วนต่างค่าจ้างผู้รับจัดงานรายใหม่
  • ค่าเช่าสถานที่ที่เสียเปล่า
  • ค่าเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือจัดงานใหม่

สิ่งสำคัญคือ เก็บใบเสร็จและหลักฐานค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าเสียหาย

ก่อนจ้าง ออแกไนซ์ เช็กให้ชัวร์ 4 เรื่อง

ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นด้วยการตรวจสอบข้อมูลของผู้รับจัดงานก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน

  • ตรวจสอบชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล
    ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทหรือผู้รับจ้างให้ชัดเจน
  • เช็กชื่อบัญชีรับเงิน
    ชื่อบัญชีที่รับเงินควรตรงกับชื่อบริษัทหรือคู่สัญญา
  • อ่านสัญญาให้ครบทุกข้อ
    ตรวจสอบรายละเอียดงาน เงื่อนไขการชำระเงิน และข้อกำหนดต่าง ๆ ก่อนลงนาม
  • หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินเต็มจำนวนล่วงหน้า
    หากสามารถกำหนดการชำระเงินเป็นงวดตามความคืบหน้าของงานได้ ควรพิจารณาเพื่อลดความเสี่ยง

“ติดต่อไม่ได้” ไม่ได้แปลว่า “หมดสิทธิ”

หากจ้างออแกไนซ์แล้วเกิดปัญหา สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งตกใจ และอย่าปล่อยให้หลักฐานสูญหาย ควรรวบรวมสัญญา หลักฐานการชำระเงิน การพูดคุย และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบการทวงถาม แจ้งความ หรือดำเนินคดีตามสิทธิ

เพราะการจ้างออแกไนซ์ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใด เมื่อเกิดความเสียหาย ผู้ว่าจ้างควรรู้สิทธิและรู้วิธีรับมือ เพื่อไม่ให้ต้องแบกรับความเสียหายเพียงฝ่ายเดียว

หากต้องการร้องเรียนหรือขอคำปรึกษา สามารถติดต่อ สภาผู้บริโภค โทร. 1502 หรือผ่านเว็บไซต์ www.tcc.or.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง