Ribbon

ปลากระป๋องไม่ตรงปก เข้าข่ายอาหารปลอม จี้รัฐเฝ้าระวัง-แก้ พ.ร.บ.อาหาร

ปลากระป๋องไม่ตรงปก เข้าข่ายอาหารปลอม จี้รัฐเฝ้าระวัง-แก้ พ.ร.บ.อาหาร

จากกรณีมีผู้บริโภคโพสต์คลิปลงโซเชียล เปิด ปลากระป๋อง ตราดอกโบตั๋นไม่ตรงปก ฉลากระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ แต่พบลักษณะเนื้อปลาคล้ายปลาน้ำจืด อย่างปลานิล หรือปลาหมอคางดำ แม้บริษัทจะติดต่อเยียวยาค่าเสียหาย แต่ปัญหาสินค้าไม่ตรงฉลากที่ระบุ อาจเข้าข่ายการปลอมอาหาร ผิดพ.ร.บ.อาหาร โทษจำคุก 6 เดือน – 10 ปี สภาผู้บริโภคย้ำเร่งแก้พ.ร.บ.อาหาร เพิ่มกระบวนการเฝ้าระวัง เรียกคืนสินค้า

ภก.ภาณุโชติ ทองยัง อนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีปลากระป๋องไม่ตรงปกนี้ ไม่ใช่เพียงความผิดพลาด แต่เข้าข่ายการปลอมอาหาร ซึ่งหมายถึงการปลอมแปลงและจงใจเจตนา ทดแทน เจือจาง หรือการเติมสิ่งแปลกปลอมลงในสินค้าหรือวัตถุดิบ หรือ การปกปิดให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงของสินค้าหรือวัตถุดิบต่าง ๆ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคตามมาได้

เนื่องจากเป็นการแสดงข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงของสินค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งด้านความปลอดภัยและสิทธิในการรับรู้ข้อมูล ผู้ประกอบการมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25 (2) และมาตรา 27 ต้องโทษตามมาตรา 59 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท

นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าว ได้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ของกฎหมายของ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ที่ยังไม่มีระบบเฝ้าระวังสินค้าหลังออกสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม และไม่มีมาตรการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลการเรียกคืนสินค้าอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากที่ซื้อสินค้าไปแล้ว อาจไม่เคยรับรู้ว่าสินค้าที่ตนถืออยู่มีปัญหา และทำให้ผู้บริโภคต้องแบกภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ผู้ผลิตไม่ต้องรับผิดชอบ

ด้วยเหตุนี้ สภาผู้บริโภค จึงเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความรับผิดชอบของภาครัฐและเอกชน กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องจัดทำแผนพัฒนาความปลอดภัยการบริโภคอาหารที่ชัดเจน รวมถึงระบบเตือนภัยและการนำอาหารไม่ปลอดภัยออกจากตลาดอย่างเป็นระบบ ขณะที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจริง สินค้าปลอม หรือสินค้าเลียนแบบ

นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าอาหารไม่ปลอดภัย ผู้ประกอบการต้องมีหน้าที่เรียกคืนสินค้าออกจากตลาดทันทีและแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคทราบในวงกว้าง โดยที่ผู้บริโภคที่ส่งคืนสินค้าต้องได้รับทั้งค่าสินค้าคืนและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคืนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ภาระความผิดพลาดของผู้ผลิตตกมาเป็นต้นทุนของผู้บริโภค

นอกจากข้อเสนอเรื่องการยกระดับระบบเรียกคืนสินค้าแล้ว อีกประเด็นสำคัญที่คือ การกำกับดูแลหลังสินค้าออกสู่ตลาด (Post Marketing) ซึ่งปัจจุบันยังขาดความเข้มงวดและเป็นระบบ

ภก.ภาณุโชติชี้ว่า หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง อย. ควรเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการอนุญาตก่อนวางขายเท่านั้น เพื่อให้สามารถตรวจจับความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้อย่างทันท่วงที และป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นวงกว้าง

ขณะเดียวกัน กรณีนี้ยังสะท้อนพลังของผู้บริโภคที่ช่วยเฝ้าระวังสินค้า เมื่อพบความผิดปกติและนำมาเผยแพร่ ก็มีส่วนสำคัญในการแจ้งเตือนสังคมและผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม พลังผู้บริโภคจะเกิดผลอย่างเต็มที่ได้ ก็ต่อเมื่อมีระบบกฎหมายและกลไกของรัฐที่รองรับและตอบสนองอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายอาหาร เพื่อวางระบบเฝ้าระวังหลังการจำหน่าย และสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้เสียงของผู้บริโภคถูกนำไปใช้ในการคุ้มครองสาธารณะได้อย่างแท้จริง โดยสภาผู้บริโภคได้รวบรวมรายชื่อประชาชนกว่า 20,000 คน เพื่อนำเสนอร่างพ.ร.บ.อาหารฉบับใหม่ต่อรัฐสภา เมื่อปี 2567 และกระบวนการได้หยุดชะงักลงหลังยุบสภา ในปี 2568

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สภาผู้บริโภคได้ยื่นร่างกฎหมายฉบับเดิมต่อนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว เพื่ออุดช่องโหว่ของกฎหมายที่ล้าสมัย และยกระดับระบบเฝ้าระวัง–การเรียกคืนสินค้าให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบความผิดปกติของสินค้า ควรเก็บหลักฐาน เช่น ตัวสินค้า ภาพถ่าย และใบเสร็จรับเงิน แจ้งศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยระบุถึงความต้องการที่จะให้ดำเนินการ เช่น ขอให้แก้ไขปัญหา ขอคืนสินค้า ขอเงินคืน หรือขอให้ชดเชยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่หากไม่ได้รับการชดเชยเยียวจากผู้ประกอบการ ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่เบอร์ 1166 หรือสภาผู้บริโภค ร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ tcc.or.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง