Ribbon

“เป่า L ไม่ขึ้น ฉี่ไม่ม่วง” โฆษณาอาหารเสริม เกินจริง ชง 6 ข้อเสนอ แก้ปัญหา

"เป่า L ไม่ขึ้น ฉี่ไม่ม่วง" โฆษณาอาหารเสริม เกินจริง ชง 6 ข้อเสนอ แก้ปัญหา

“2 เม็ด ไม่ร่วง 4 เม็ด ไม่ม่วง”

“เคี้ยว 1 เม็ด ทุกวัน บำรุงตับ”

“เป่า L ไม่ขึ้น ฉี่ไม่ม่วง”

หรือ “ล้างสารพิษ”

เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อความ โฆษณาอาหารเสริม ที่ผู้บริโภคอาจพบเห็นได้ทั้งในร้านสะดวกซื้อ แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อดิจิทัล แม้จะไม่ได้ระบุสรรพคุณตรงไปตรงมา แต่กลับใช้ “คำสแลง” หรือ “ข้อความแฝงนัย” ที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณทางสุขภาพหรือช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

มลฤดี โพธิ์อินทร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์การจำหน่ายและการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการบางรายไม่ได้ใช้เพียงข้อความบนฉลากหรือสื่อโฆษณาหลักเท่านั้น แต่ยังพัฒนารูปแบบการสื่อสารที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย

รูปแบบการโฆษณาที่พบ คือการแนบเอกสารหรือการ์ดโฆษณาไว้ภายในกล่องผลิตภัณฑ์ โดยใช้คำสแลง รหัส หรือภาพประกอบที่สื่อแฝงนัยว่า ผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ล้างสารพิษ แก้อาการเมา หรือช่วยหลีกเลี่ยงผลตรวจแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนเป็นการสื่อสารที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและตัดสินใจซื้อจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

“คำโฆษณาในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจผิด เชื่อว่าจะเป็นไปตามโฆษณา สามารถป้องกันหรือแก้ปัญหาสุขภาพได้จริง จนละเลยการเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม หรือใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น นอกจากสูญเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังอาจเสี่ยงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีประสิทธิผลตามที่กล่าวอ้าง” มลฤดีกล่าว

แม้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามโฆษณาสรรพคุณอันเป็นเท็จ หลอกลวง หรือกล่าวอ้างว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย แต่จากการเฝ้าระวังของสภาผู้บริโภค พบว่ารูปแบบการโฆษณาในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนจนการบังคับใช้กฎหมายตามไม่ทัน โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ สภาผู้บริโภคจึงรวบรวมตัวอย่างการโฆษณาที่เข้าข่ายสร้างความเข้าใจผิด พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อเร่งยกระดับมาตรการกำกับดูแลการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้สอดรับกับพฤติกรรมการตลาดในยุคดิจิทัล โดยเสนอให้ตรวจสอบทั้งตัวผลิตภัณฑ์และสื่อโฆษณาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการโฆษณาแฝงนัย การใช้คำสแลง การโฆษณาผ่านเอกสารภายในกล่องสินค้า ตลอดจนการสื่อสารของตัวแทนจำหน่ายและอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อป้องกันการหลอกลวงและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค

6 ข้อเสนอ ควบคุมกำกับการ โฆษณาอาหารเสริม

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่สภาผู้บริโภคเสนอให้ อย. พิจารณา ประกอบด้วย 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพหลังออกสู่ตลาด (Post-Marketing Surveillance) และระบบติดตามโฆษณาเชิงรุก

2. การจัดทำแนวทางกำกับการโฆษณาโดยนัยและการใช้ภาษาสแลง

3. การกำหนดความรับผิดของผู้รับอนุญาตต่อการโฆษณาผ่านตัวแทนจำหน่ายและอินฟลูเอนเซอร์

4. การพัฒนาฐานข้อมูลสาธารณะสำหรับตรวจสอบโฆษณาที่ได้รับอนุญาต

5. การยกระดับระบบรับเรื่องร้องเรียนให้เป็นฐานข้อมูลเฝ้าระวังการกระทำผิดซ้ำ

และ 6.การแก้ไขพระราชบัญญัติอาหาร เพื่อเพิ่มมาตรการทางปกครองและความรับผิดเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

มลฤดี ย้ำว่า การยกระดับมาตรการกำกับดูแลดังกล่าว จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเท่าทันรูปแบบการโฆษณาที่เปลี่ยนแปลงไป ลดโอกาสที่ผู้บริโภคจะถูกหลอกลวงจากการกล่าวอ้างเกินจริง และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง