Ribbon

5 องค์กรผู้บริโภคทั่วโลก ร่วมถก “พลิกเกม ภัยดิจิทัล” สู่ทางรอดผู้บริโภคไทย

Getting your Trinity Audio player ready...
5 องค์กรผู้บริโภคทั่วโลก ร่วมถก “พลิกเกม ภัยดิจิทัล” สู่ทางรอดผู้บริโภคไทย

เมื่อภัยหลอกลวงออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนประเทศ การรับมือจึงไม่อาจเป็นภารกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง สภาผู้บริโภค จึงร่วมกับสมาพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล (Consumers International: CI) เปิดเวทีประชุมเชิงเสวนาระดับนานาชาติ “พลิกเกม ภัยดิจิทัล สู่ทางรอดผู้บริโภค (CONSUMER-LED SOLUTIONS: Digital Fraud And Scams In Financial Services)” ณ ห้องประชุมไพร์ม ชั้น 4 โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา โดยมีตัวแทนองค์กรผู้บริโภคจาก 4 ภูมิภาคทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ บทเรียน และแนวทางรับมือภัยฉ้อโกงทางการเงินดิจิทัล เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยและสร้างความร่วมมือด้านนโยบายในระดับสากล

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนบทเรียนกับองค์กรผู้บริโภคจากต่างประเทศมีความสำคัญ เพราะปัญหาสแกมในปัจจุบันเชื่อมโยงหลายระบบและหลายประเทศ การเรียนรู้จากแนวทางที่แต่ละประเทศทดลองและผลักดันจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถนำบทเรียนมาปรับใช้ ทั้งในด้านการป้องกัน การจัดการปัญหา และการเยียวยาผู้บริโภค

“ปัญหาการหลอกลวงทางการเงินดิจิทัลไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป การแลกเปลี่ยนข้อมูลและบทเรียนระหว่างองค์กรผู้บริโภค รวมถึงความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้การรับมือปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น” สารีกล่าว

บนเวทีนานาชาตินี้ จะมีผู้แทนจากองค์กรผู้บริโภค 5 แห่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ Consumer Education and Research Centre (CERC) จากประเทศอินเดีย, European Consumer Organisation (BEUC) จากภาคพื้นยุโรป, Consumer Reports จากประเทศสหรัฐอเมริกา, Tec-Check จากประเทศเม็กซิโก และ Consumers International ที่เป็นองค์กรระดับโลก โดยแต่ละองค์กรมีประสบการณ์และแนวทางรับมือปัญหาการหลอกลวงในบริบทที่แตกต่างกัน

การเสวนาในครั้งนี้ เปิดประเด็นโดยสหพันธ์ผู้บริโภคสากล (CI) ที่ได้เสนอการผลักดัน “Consumer Coalition to Stop Scams” (แนวร่วมผู้บริโภคต่อต้านมิจฉาชีพ) ที่มีการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เครือข่ายแพลตฟอร์ม องค์กรด้านโทรคมนาคม และสถาบันการเงิน โดยเสนอให้มีระบบรายงานจุดเดียว มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และมีกลไกอายัดหรือเรียกคืนเงิน

ขณะที่ BEUC และองค์กรผู้บริโภคใน 13 ประเทศของยุโรป มีการรวบรวมโฆษณาต้องสงสัย 893 รายการบนเมตา (Meta), ติ๊กต๊อก (TikTok) และกูเกิ้ล (Google) และผลักดันให้การฉ้อโกงจากการชำระเงิน ให้อยู่ในประเด็นความเสี่ยงเชิงระบบ เพื่อกระจายภาระความเสียหายอย่างเป็นธรรม

ด้าน CERC อินเดีย เสนอการทำงานระดับชุมชน ทั้งการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา ไกล่เกลี่ย และให้มีกลไกการช่วยผู้บริโภคใช้สิทธิทางกฎหมาย ส่วน Consumer Reports สหรัฐอเมริกา ผลักดันแนวคิด “ปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ” เช่น การแจ้งเตือนธุรกรรม การยืนยันตัวตนตามระดับความเสี่ยง และการหยุดธุรกรรมน่าสงสัย

ส่วน Tec-Check เม็กซิโก วางแนวทางการเฝ้าระวังบริการการเงินดิจิทัลและทำงานร่วมกับสื่อ พร้อมติดตามการหลอกลวงตั้งแต่แพลตฟอร์ม โทรคมนาคม ไปจนถึงธนาคารต้นทางและปลายทาง

บทเรียนจากทั้ง 5 องค์กรสะท้อนแนวทางร่วมที่สามารถนำมาพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยได้ 4 ด้าน ได้แก่ การผลักดันให้บริษัทที่บริหารแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบ ด้วยการให้มีการยืนยันตัวผู้ลงโฆษณาและคัดกรองเนื้อหาหลอกลวง, ให้มีการออกแบบความปลอดภัยไว้ตั้งแต่ต้น โดยไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคต้องระวังตัวเองเพียงฝ่ายเดียว, มีการสร่างความร่วมมือข้ามภาคส่วนและข้ามพรมแดน ระหว่างแพลตฟอร์ม โทรคมนาคม ธนาคาร และรัฐ รวมถึง การเยียวยาที่เป็นธรรม ผ่านระบบแจ้งเหตุ อายัดหรือเรียกคืนเงิน และการแบ่งภาระความเสียหายอย่างเหมาะสม

เวที “พลิกเกม ภัยดิจิทัล สู่ทางรอดผู้บริโภค” จึงไม่ได้มุ่งเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยสแกม แต่เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคจากหลายภูมิภาค เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางและความร่วมมือเชิงนโยบายในการรับมือภัยฉ้อโกงทางการเงินดิจิทัล ซึ่งมีลักษณะข้ามพรมแดนมากขึ้น พร้อมนำองค์ความรู้จากต่างประเทศมาปรับใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้บริโภคไทย

เป้าหมายสำคัญของการเสวนาในครั้งนี้คือการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยฉ้อโกงทางการเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านบทเรียนจากต่างประเทศ และสร้างความร่วมมือด้านนโยบายในระดับสากล เพื่อร่วมกันผลักดันระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย เป็นธรรม และน่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภคทุกคน