| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค หารือ สปน. พัฒนาระบบจดแจ้งสถานะ องค์กรผู้บริโภค เพื่อเร่งขยายองค์กรผู้บริโภคครอบคลุม 77 จังหวัด และปรับฐานข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดอุปสรรคการดำเนินงานในพื้นที่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิประชาชน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมคณะผู้บริหารสภาผู้บริโภค ประชุมหารือร่วมกับ พิฆเนศ ต๊ะปวง หัวหน้าผู้ตรวจ และผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและกำหนดแนวทางความร่วมมือในปีงบประมาณ 2570 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรผู้บริโภคระดับจังหวัด การสนับสนุนการจดแจ้งสถานะ และการยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภค

สารี กล่าวว่า การขยายเครือข่าย องค์กรผู้บริโภค ให้ครบ 77 จังหวัด เป็นกลไกสำคัญในการสร้างตัวแทนผู้บริโภคในระดับพื้นที่ ทั้งการรับเรื่องร้องเรียน ประสานการแก้ไขปัญหา เฝ้าระวังสถานการณ์ และสะท้อนปัญหาจากประชาชนไปสู่การผลักดันนโยบายระดับประเทศ โดยแนวทางดำเนินงานจะเน้นการติดตามองค์กรที่อยู่ระหว่างรอผลจดแจ้ง สนับสนุนความรู้และเอกสารประกอบการจดแจ้ง รวมถึงลงพื้นที่ส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรในจังหวัดที่ยังไม่มีเครือข่าย ปัจจุบันมีองค์กรสมาชิก 381 แห่ง และยังมีพื้นที่อีก 14 จังหวัดที่ต้องเร่งสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาองค์กร เพื่อให้เครือข่ายผู้บริโภคครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังหารือการยกระดับระบบจัดการเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำและอุปสรรคในการเข้าถึงการเยียวยา พร้อมพัฒนาระบบประสานงานกับศูนย์บริการลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจกว่า 1,000 แห่ง เพื่อเพิ่มช่องทางส่งต่อและติดตามการแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภค โดยมีแนวคิดกำหนดกรอบเวลาแก้ไขปัญหาเบื้องต้นภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 – 5 วัน ตามข้อตกลงร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจ
สารี อธิบายว่า การคุ้มครองผู้บริโภคต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหารายกรณี แต่ต้องพัฒนากลไกป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งให้เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับปัญหาในกระบวนการจดแจ้งสถานะองค์กรผู้บริโภค เช่น ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ การยืนยันตัวตนผ่านระบบรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP: One Time Password) และการติดตามสถานะคำขอ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้า

พิฆเนศ กล่าวว่า การสนับสนุนองค์กรผู้บริโภคจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและองค์กรระดับจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนาระบบข้อมูลและแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อให้องค์กรดำเนินการด้านเอกสารและการจดแจ้งได้ถูกต้อง ลดปัญหาการประสานงานและข้อมูลตกหล่น
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างสภาผู้บริโภคและ สปน. จัดทำคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงาน กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลได้สะดวก เพื่อให้การทำงานระหว่างส่วนกลางและจังหวัดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
หลังจากนี้สภาผู้บริโภคและ สปน. จะประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาองค์กรสมาชิก การสนับสนุนการจดแจ้งสถานะ และการเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อสร้างเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคที่เข้มแข็งและยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ



