| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือสอบถามสภาผู้บริโภค แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคจากปัญหาค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนมีราคาแพง
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ ครั้งที่ 10/2567 ซึ่งมี สุรีรัตน์ ตรีมรรคา กรรมการนโยบายและประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภค เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาถึงเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือขอข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมราคายา และค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร สภาผู้บริโภคมีข้อเสนอแนะด้านมาตรการในการควบคุมค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนหรือไม่ รวมถึงสาเหตุที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนสูงขึ้น
ที่ประชุมอนุกรรมการฯ เห็นว่า ควรได้นำแนวทางการติดตามและผลักดันข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีเจ็บป่วยฉุกฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่สภาผู้บริโภคทำถึงคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เสนอเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้มีข้อเสนอต่อ กกร. ในมาตรการกำกับราคาค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ โดยขอให้มีการกำกับราคาค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (UCEP) โดยให้ กกร. กำกับราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกขนทุกกรณีที่ผู้บริโภคไปใช้บริการ ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมถึงในกรณีการได้รับวินิจฉัยว่าไม่ฉุกเฉิน หรือไม่มีการวินิจฉัยแต่แจ้งว่าไม่ฉุกเฉิน โดยใช้อัตราที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด ซึ่งเป็นอัตราการคิดค่าบริการตามจริงตามรายการที่กำหนด (fee schedule) ให้ กกร. กำกับค่ารักษาพยาบาลหลัง 72 ชั่วโมงที่พ้นวิกฤต หากผู้บริโภคไม่สามารถหา หรือย้ายโรงพยาบาลได้ โดยให้ใช้อัตราการคิดค่าบริการตามจริงตามรายการที่กำหนด (fee schedule) จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล
กกร. ได้มีหนังสือตอบกลับมายังสภาผู้บริโภคเมื่อเดือนกันยายน 2566 แจ้งว่า ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนมีการแข่งขันกันมากขึ้น ดังนั้น ลักษณะการให้บริการ คุณภาพการให้บริการ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงอาจแตกต่างกัน ซึ่งมีผลให้ต้นทุนและราคาค่าบริการทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งแตกต่างกันไป โดยประชาชนผู้รับบริการสามารถเลือกที่จะใช้บริการที่ตรงตามความต้องการได้
ส่วนการกำกับดูแลของ กกร. นั้น กกร. ได้กำหนดให้บริการรักษาพยาบาลอยู่ในรายการของสินค้าและบริการควบคุม โดยให้แจ้งราคาซื้อ-จำหน่ายยาเวชภัณฑ์และค่าบริการรักษาพยาบาล โดยได้ออกประกาศ กกร. ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2566 เรื่อง การกำหนดสินค้าและบริการควบควบคุม ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566 กำหนดให้ยารักษาโรค เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรค และบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลเกี่ยวกับการรักษาโรค เป็นสินค้าและบริการควบคุม และออกประกาศ กกร. ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2566 เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่น ของสถานพยาบาล ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งได้กำหนดมาตรการในการกำกับดูแล คือ
(1) การแจ้งข้อมูล : กำหนดให้โรงพยาบาลแจ้งราคาซื้อ – จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาลฯ ตามบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินมีสิทธิทุกที่ (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) บัญชีข้อมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (Thai Medicines Terminology : TMT) รวมถึงกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่าย แจ้งรงราคายาที่จำหน่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชนตาม TMT และกรณีจำหน่ายแตกต่างจาก ที่ได้แจ้งไว้ ให้โรงพยาบาลแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
(2) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจำหน่ายหรือให้บริการของโรงพยาบาล : กำหนดให้แสดงราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ ผ่าน QR CODE ภายในบริเวณโรงพยาบาล ในลักษณะที่ชัดเจนและอ่านได้โดยง่าย พร้อมทั้งประเมินค่ารักษาพยาบาลตามการวินิจฉัยเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบ และออกใบสั่งยาให้ผู้ป่วยนอกทราบล่วงหน้าทุกครั้ง



