| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคเปิดวงถก ยกระดับมาตรฐานการจำหน่าย บัตรคอนเสิร์ต ดันมาตรการกลางคุ้มครองผู้บริโภค
จากปัญหาการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตที่ผู้บริโภคร้องเรียนต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนผังที่นั่งโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การคืนเงินที่ไม่มีมาตรฐาน และการขายบัตรต่อเกินราคา สภาผู้บริโภคเปิดเวทีหารือร่วมกับภาครัฐ ผู้ประกอบการ และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับธุรกิจจำหน่ายบัตรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงแนวทางยกระดับการคุ้มครองและเยียวยาผู้บริโภค
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สภาผู้บริโภคจัดประชุมหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกิจจำหน่ายบัตรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีผู้แทนจากกรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร ผู้จัดคอนเสิร์ต และนักวิชาการด้านกฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการกำหนดมาตรฐานการจำหน่ายบัตร การเยียวยา และการกำกับดูแลธุรกิจดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ทุกหน่วยงานควรใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมร่วมกันกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของธุรกิจ เพื่อให้การเยียวยาผู้บริโภคเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรม และสามารถติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหา “ราคาบัตรคอนเสิร์ตไม่เป็นธรรม” พุ่งอันดับ 1

ด้าน นิสรา แก้วสุข ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป นำเสนอข้อมูลเรื่องร้องเรียนของสภาผู้บริโภคในปี 2567 – กรกฎาคม 2569 พบว่า ปัญหาที่ผู้บริโภคร้องเรียนมากที่สุดเปลี่ยนจาก “บริการไม่ได้มาตรฐาน” มาเป็น “การตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม” รองลงมาคือการใช้โฆษณาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด การใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการปรับผังที่นั่งหลังเปิดจำหน่ายบัตร การเปลี่ยนตารางการแสดง การยกเลิกงานกะทันหัน ปัญหาระบบการกดบัตร การจำหน่ายบัตรรอบต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคมองว่าขาดความโปร่งใส รวมถึงการจำหน่ายสินค้าและบริการภายในงานในราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจดังกล่าวยังไม่มีมาตรฐานกลางในการให้บริการและการเยียวยาผู้บริโภค
เห็นพ้อง ออกมาตรฐานกลางคุ้มครองผู้ซื้อบัตร


สำหรับภาพรวมในงานระหว่างการหารือ ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรเห็นตรงกันว่า หลายปัญหาเกิดจากลักษณะของธุรกิจการจัดแสดงที่มีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการปรับผังที่นั่ง การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการแสดง หรือการตัดสินใจของต้นสังกัดศิลปิน ซึ่งผู้จัดงานในประเทศไทยไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ขณะที่แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรมีบทบาทเป็นเพียงตัวกลาง จึงไม่สามารถกำหนดนโยบายการคืนเงินหรือการเยียวยาแทนผู้จัดงานได้ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าควรมีมาตรฐานกลางในการแจ้งข้อมูลล่วงหน้า การคืนเงิน และการชดเชย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าซื้อบัตรผ่านผู้จัดหรือแพลตฟอร์มใด
ดันธุรกิจขายบัตรเป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา”

ผู้แทนภาครัฐให้ความเห็นว่า ปัจจุบันกฎหมายที่ใช้กำกับดูแลยังครอบคลุมเฉพาะบางประเด็น เช่น การกำหนดราคาที่สูงเกินสมควรตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ขณะที่การกำหนดเพดานราคาบัตรคอนเสิร์ตทำได้ยาก เนื่องจากต้นทุนและรูปแบบการจัดงานของแต่ละคอนเสิร์ตแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ผู้แทนภาครัฐส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่า ควรกำหนดมาตรฐานการคืนเงินและการเยียวยาที่ชัดเจน รวมทั้งเสนอให้ผลักดันธุรกิจจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตเป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” ด้วยการออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อกำหนดเงื่อนไขสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการ การคืนเงิน และสิทธิของผู้บริโภคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ชงคุมบอต – รีเซลล์ สร้างความเป็นธรรมผู้ซื้อบัตร

ขณะที่นักวิชาการ มีข้อเสนอให้พัฒนามาตรฐานกลางสำหรับธุรกิจจำหน่ายบัตรและการจัดคอนเสิร์ต โดยให้ผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างโปร่งใส ทั้งจำนวนบัตรในแต่ละรอบจำหน่าย โควตาบัตร สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ พร้อมกำหนดระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ รวมถึงกำหนดสิทธิในการขอคืนเงินเมื่อผู้บริโภคไม่ประสงค์รับเงื่อนไขใหม่ ตลอดจนศึกษามาตรการควบคุมการขายบัตรต่อและการป้องกันการใช้โปรแกรมอัตโนมัติ (Bot) เข้ากว้านซื้อบัตร เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบัตรคอนเสิร์ตของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการเชิงนโยบายเพิ่มเติม ทั้งการกำหนดระบบยืนยันตัวตนผู้ซื้อ การจำกัดจำนวนการซื้อบัตรต่อคน การกำหนดมาตรฐานการแจ้งเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า การกำหนดแนวทางการคืนเงินและการเยียวยา รวมถึงการพิจารณาความจำเป็นในการผลักดันกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานที่เป็นธรรม เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ การหารือครั้งดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้บริโภคที่สภาผู้บริโภคจัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการซื้อบัตรคอนเสิร์ตและงานอีเวนต์ หลังพบเรื่องร้องเรียนสะสมกว่า 9,053 กรณี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 32.97 ล้านบาท โดยข้อเสนอทั้งหมดถูกนำมาพัฒนาเป็นประเด็นหารือกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และนักวิชาการ เพื่อผลักดันมาตรฐานและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม











