
สภาผู้บริโภคหนุน รมว.ศธ. เดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้ ย้ำเรียนฟรีต้องฟรีจริง พร้อมชู 8 ข้อเสนอสำคัญ เปลี่ยนนโยบายบนกระดาษให้เป็นหลักประกันความมั่นคงแก่เด็กไทยทุกคน
ทิศทางการศึกษาไทยกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ต่อรัฐสภา ประกาศปักธงนโยบาย เรียนฟรี ต้องฟรีจริง ย้ำเดินหน้าร่าง พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ ฉบับใหม่ ให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ สภาผู้บริโภค สนับสนุน ชูข้อเสนอ 8 ด้าน ปฏิรูปการศึกษาไทย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาผ่าน 5 แนวทางหลัก ได้แก่ การผลักดันกฎหมายการศึกษาใหม่ การจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนด้านทุนมนุษย์ การลดภาระครู การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา รวมถึงการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคพร้อมสนับสนุนผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ให้ตอบโจทย์อนาคต ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะปัญหาการศึกษาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเรียนฟรีต้องฟรีจริง
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการผลักดันกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ โดยชี้ว่า นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ประเทศไทยยังไม่สามารถประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ได้ ขณะที่ปัจจุบันมีร่างกฎหมายค้างอยู่ถึง 7 ฉบับ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนว่าจะดำเนินการในทิศทางใด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงร่างเดิม การรวมร่าง หรือการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคได้จัดทำข้อเสนอต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ใน 8 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ระบุการเรียนฟรี ต้องฟรีจริง ลง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และให้ครอบคลุมการศึกษาพิเศษและสงเคราะห์ แก้ปัญหาเรียนฟรีที่ยังไม่มีอยู่จริง
2. มีระบบดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัย คุ้มครองสิทธิของผู้เรียน แก้ปัญหาความรุนแรง ในสถานศึกษา
3. เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองร่วมกำหนดนโยบายการศึกษา เพราะหลักสูตรการศึกษาถูกกำหนดจากส่วนกลางมากเกินไป
4. ลดเกณฑ์ตัวชี้วัดที่ไม่จำเป็น ให้โรงเรียนมีอิสระปรับหลักสูตรตามบริบท เพื่อให้หลักสูตรสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนแต่ละพื้นที่
5. พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย พร้อมส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งร่างกาย จิตใจ แก้ปัญหาหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่
6. จัดอบรมครู และให้มีนักจิตวิทยาหรือผู้ให้คำปรึกษาในโรงเรียน เพื่อสนับสนุนการทำงานของครูและพัฒนาผู้เรียน
7. มีการประเมินหลักสูตรต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับการทดสอบระดับสากล แก้ปัญหาการประเมินผลการศึกษาไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
8. เพิ่มตัวแทนด้านจิตวิทยา ภาคประชาสังคม และผู้บริโภค ในคณะกรรมการ เพื่อสะท้อนมุมมองของทุกฝ่าย
ประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค ย้ำว่า การมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่ตอบโจทย์ความเป็นจริง จะเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน และเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนนโยบายให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้หรือไม่ สภาผู้บริโภคยินดีเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อเสียงสะท้อนจากประชาชนสู่รัฐบาล พร้อมสนับสนุนให้เรียนฟรี 15 ปี กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่เพียงนโยบายที่อยู่บนหน้ากระดาษ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



