Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านการศึกษา ประจำเดือน พ.ย. 67

Getting your Trinity Audio player ready...

ที่ประชุมคณะทำงานด้านการศึกษา ครั้งที่ 10/2567 ซึ่งมี ผศ.อรรถพล  อนัตวรสกุล เป็นประธานที่ประชุม ได้มีการติดตามและรับทราบผลการฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางของสภาองค์กรของผู้บริโภคเพื่อยกเลิกประกาศการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่กำหนดไว้ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้หยุดการกระทำที่เอาเปรียบผู้บริโภคจากการเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองสั่งให้สถานศึกษาระงับและหยุดการเรียบเก็บเงินบำรุงการศึกษา และห้ามกระทำดังกล่าวอีก พร้อมทั้งให้สถานศึกษาคืนเงินค่าบำรุงการศึกษาให้แก่ผู้ปกครองที่ร่วมยื่นฟ้องคดีและให้คืนค่าธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ต่อมาวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2567 ศาลปกครองได้แจ้งผลการฟ้องคดีว่าไม่รับฟ้องคดี ด้วยเห็นว่าผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีไปแล้วตามมาตรา 51 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่นายสิงห์ชัย สุขแสงรัตน์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี เห็นว่า การยื่นฟ้องในคดีนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะซึ่งจะยื่นฟ้องคดีเมื่อใดก็ได้ หรือศาลเห็นว่าเป็นคดีที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมก็สามารถรับไว้พิจารณาคดีก็ได้ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กำหนด จึงเห็นว่าสภาผู้บริโภคควรอุทธรณ์คดี

และเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ทนายความจึงได้ยื่นหนังสือเพื่อขยายเวลาอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง ด้วยเหตุผลที่ว่าการฟ้องคดีไม่ใช่การฟ้องละเมิดที่จะมีอายุความ 1 ปีตามที่ศาลวินิจฉัย แต่เป็นการฟ้องเพื่อเอาทรัพย์คืนและเป็นการฟ้องคดีที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมซึ่งศาลจะต้องรับไว้พิจารณา โดยศาลปกครองมีหนังสือเพื่ออนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

นอกจากนี้ คณะทำงานด้านการศึกษา ยังได้ติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำและปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้นำร่างไปพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นให้ครบทุกด้านก่อนจะเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีแล้วรอบหนึ่ง แต่คณะรัฐมนตรียังไม่เห็นชอบและส่งคืนร่างกฎหมายกลับมายังกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการส่งร่างกฎหมายกลับมาให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาพิจารณาทบทวนจัดทำร่างกฎหมายใหม่ ทำให้สภาการศึกษาต้องดำเนินจัดรับฟังความเห็นในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2567 ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแจ้งว่า อยู่ระหว่างการสังเคราะห์ผลการหารือที่ได้รับจากหน่วยต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ต่อไป

ขณะเดียวกันคณะทำงานด้านการศึกษารับทราบว่าในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567 พรรคเพื่อไทยและคณะ พรรคประชาชน คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ก็กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ของพรรคตนเองเข้าสู่การประชุมสภาสมัยถัดไป คณะทำงานด้านการศึกษาจึงเห็นชอบให้มีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังข้อมูลเปรียบเทียบเนื้อหาร่างกฎหมายการศึกษาในแต่ละฉบับในคราวเดียวกัน โดยเบื้องต้นกำหนดให้จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568