Ribbon

ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าฯ กทม. ติดตามนโยบายสุขภาพ 100 วันแรก ชู 4 ข้อเสนอ ปฏิรูประบบสุขภาพ

ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าฯ กทม. ติดตามนโยบายสุขภาพ 100 วันแรก ชู 4 ข้อเสนอ ปฏิรูประบบสุขภาพ

สภาผู้บริโภค ติดตามนโยบายสุขภาพของกรุงเทพมหานครในช่วง 100 วันแรก หลังผู้ว่าฯ กทม. เข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 พร้อมทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เสนอให้เร่งขยายผลนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การดำเนินงานของ กทม. ที่ผ่านมา ทั้งมาตรการยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข การพัฒนาเครือข่ายบริการ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และการเพิ่มศักยภาพระบบบริการ เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภค ที่ให้ กทม. เป็น “เจ้าภาพหลัก” ระบบสุขภาพเมือง เพื่อแก้ปัญหาการบริหารที่แยกส่วน ระบบส่งต่อ และการเข้าถึงบริการของประชาชน

เสนอ 4 แนวทางสำคัญ ปฏิรูประบบสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรการที่ประกาศสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและแก้ไขปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ยังจำเป็นต้องขยายรายละเอียดและกำหนดกลไกการดำเนินงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ การบริหารเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพในระดับพื้นที่ การแก้ไขปัญหาระบบส่งต่อและใบส่งตัว และการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สภาผู้บริโภค จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครเร่งขับเคลื่อน 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. ให้ กทม. เป็น “เจ้าภาพหลัก” จัดเครือข่ายบริการสุขภาพในพื้นที่

ขยายเครือข่ายบริการสุขภาพ (Bangkok Health Zone) ให้เป็นกลไกบริหารเครือข่ายบริการสุขภาพระดับพื้นที่ที่มีโครงสร้าง บทบาท และผู้รับผิดชอบชัดเจน เชื่อมโยงโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐ มหาวิทยาลัย เอกชน และหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตั้งแต่การรักษา การส่งต่อ ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่อง โดยไม่ต้องวิ่งประสานหาหน่วยบริการหรือจัดการเรื่องใบส่งตัวด้วยตนเอง

2. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้เป็น “รากฐาน” ของระบบสุขภาพเมือง

เพิ่มศักยภาพทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือ ระบบข้อมูล และขีดความสามารถในการให้บริการ เพื่อให้ศูนย์บริการสาธารณสุขดูแลประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น ทั้งโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค คัดกรอง และดูแลต่อเนื่อง ช่วยลดภาระโรงพยาบาลและทำให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน

3. ให้ กทม. เข้ามามีส่วนร่วมบริหารงบประมาณด้านสุขภาพ

พัฒนากลไกบริหารงบประมาณร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรสอดคล้องกับภารกิจและปัญหาสุขภาพของประชาชนแต่ละพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนระบบบริการปฐมภูมิ ระบบส่งต่อ และการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง โดยสภาผู้บริโภคยังเสนอให้ กทม. ศึกษาแนวทางเพิ่มรายได้ด้านสุขภาพของเมือง เพื่อนำกลับมาพัฒนาระบบบริการในระยะยาว

4. พัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพกลางของประชาชนในพื้นที่

ขยายการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล และหน่วยบริการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการรักษา การส่งต่อ และการติดตามผู้ป่วย ลดการตรวจหรือดำเนินการซ้ำซ้อน และทำให้หน่วยบริการใช้ข้อมูลที่จำเป็นร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน กทม. ควรนำข้อมูลจริงมาใช้วางแผนและจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการของประชาชนแต่ละพื้นที่

ขอให้ กทม. เปิดเผยความคืบหน้า ให้ประชาชนร่วมติดตามและตรวจสอบ

สภาผู้บริโภค ระบุว่า ช่วง 100 วันแรกเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางรากฐานระบบบริการสุขภาพกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ กทม. นำข้อเสนอทั้ง 4 ประการไปประกอบการขยายรายละเอียดและกำหนดกลไกของนโยบายที่ประกาศไว้ พร้อม เปิดเผยความก้าวหน้าต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพได้

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ กทม. จัดให้มีกลไกความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยบริการสุขภาพ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกำหนดรายละเอียดการดำเนินงาน โดยเฉพาะเรื่อง เครือข่ายบริการสุขภาพระดับโซน ระบบส่งต่อและใบส่งตัว การบริหารงบประมาณ และการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคจะติดตามการดำเนินนโยบายด้านบริการสุขภาพของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารผลการติดตามต่อสาธารณะ รวมถึงพร้อมทำงานร่วมกับ กทม. หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ หน่วยบริการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อผลักดันข้อเสนอและสะท้อนปัญหาที่ประชาชนพบ

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ระบบบริการสุขภาพกรุงเทพมหานคร มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยง เข้าถึงได้ และเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้จริง ใกล้บ้าน และไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากจากระบบที่แยกส่วน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง