| Getting your Trinity Audio player ready... |

ลำปางเปิด “สคูลบัสลำปาง” เช็กข้อมูลรถรับส่งนักเรียนแบบเรียลไทม์ ทั้ง GPS การขึ้น – ลงรถ สภาพรถ ใบอนุญาต และประกันภัย พร้อมขยายมาตรฐานความปลอดภัยสู่ 14 โรงเรียน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรับมือเหตุฉุกเฉินได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดลำปาง สภาผู้บริโภค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง จัดเวที เปิดตัวระบบฐานข้อมูลรถรับ-ส่งนักเรียนปลอดภัยจังหวัดลำปาง สคูลบัสลำปาง” (School Bus Lampang) ผ่านเว็บไซต์ www.schoolbuslampang.com โดยมีนายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานด้านการศึกษา การขนส่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หน่วยจังหวัดฯ อยุธยา ผนึกกำลัง 28 ภาคี ดัน “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย”
วิมล ตุ้ยแก้ว หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดลำปาง สภาผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวระบบฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียน จะขยายมาตรฐานความปลอดภัยไปยังโรงเรียน 14 แห่ง พร้อมติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรฐาน 7 ข้อ ที่เป็นกรอบการจัดระบบรถรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัย ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนให้มีความเป็นปัจจุบัน เพื่อให้จังหวัดสามารถนำข้อมูลไปใช้กำกับดูแลและวางแนวทางด้านความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมให้องค์กรสมาชิกของสภาผู้บริโภคในพื้นที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการประสานโรงเรียน ติดตามมาตรฐาน และต่อยอดการทำงานในพื้นที่
“ระยะต่อไปจะพัฒนาการใช้งาน School Bus Lampang ให้ครู ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมหารือหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อรับช่วงดูแลระบบหลังสิ้นสุดโครงการ โดยอาศัยความร่วมมือจาก 17 หน่วยงานที่ลงนาม MOU ร่วมกันเป็นเจ้าภาพร่วม และให้การขับเคลื่อนความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนในจังหวัดลำปางเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่เป็นภาระของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง” วิมล กล่าว
ณัฐกานต์ เสถียรกาล ครูโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ระบบ School Bus Lampang ไม่ได้พัฒนาเพียงเพื่อจัดเก็บข้อมูลว่านักเรียนเดินทางด้วยรถคันใด แต่ยังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความเสี่ยงและวางแผนจัดการระบบรถรับส่งในแต่ละพื้นที่ได้ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าพื้นที่ใดมีนักเรียนจำนวนมากแต่มีรถรับส่งไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เด็กต้องโดยสารอย่างแออัด หรือบางพื้นที่มีรถรับส่งแต่มีนักเรียนใช้บริการน้อย ข้อมูลจากระบบจะช่วยให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นปัญหาได้ตรงจุด และสามารถพิจารณาเพิ่มรถหรือจัดสรรการให้บริการให้เหมาะสมกับจำนวนเด็กในพื้นที่ เพื่อให้การเดินทางมีความปลอดภัยมากขึ้น
ณัฐกานต์ กล่าวต่อว่า ฐานข้อมูลยังช่วยให้โรงเรียน ผู้ปกครอง หน่วยงานต้นสังกัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่านักเรียนคนใดอยู่บนรถคันดังกล่าว ลดขั้นตอนการประสานงานและการค้นหาข้อมูล ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นพื้นที่ที่มีความต้องการรถรับ-ส่ง และสามารถวางแผนการให้บริการได้เหมาะสม ทำให้ฐานข้อมูลเป็นกลไกที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของนักเรียนควบคู่กับการบริหารจัดการรถรับส่งอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้การพัฒนาระบบฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียน มีที่มาจากปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่และข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องทราบจำนวนเด็กบนรถอย่างรวดเร็ว จึงนำระบบฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์มาใช้ติดตามและบริหารจัดการความปลอดภัย ปัจจุบันมีรถรับส่งนักเรียนเข้าสู่ระบบแล้ว 621 คัน โดยผู้ปกครองสามารถติดตามการเดินทางและตรวจสอบเส้นทางของบุตรหลานด้วยจีพีเอส (GPS) พร้อมรับแจ้งเตือนผ่าน LINE OA เมื่อรถถึงโรงเรียน ขณะที่ผู้ประกอบการใช้ระบบ Check-in/Check-out ตรวจสอบการขึ้น – ลงรถและบันทึกการตรวจสภาพรถ ส่วนโรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัดสามารถตรวจสอบข้อมูลรถ การให้บริการ จำนวนผู้โดยสาร และมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ได้แบบเรียลไทม์
ด้านการกำกับดูแล สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางสามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตรถรับส่งนักเรียนและประกันภัย ขณะที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปางและสภาผู้บริโภคร่วมติดตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีคณะทำงานและครูจากโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ รวมถึงทีมสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำปาง ร่วมติดตามและพัฒนาระบบ



