
ติ๊กต๊อก (TikTok) จ่าย 400 ล้านดอลลาร์ ยุติคดี ละเมิดความเป็นส่วนตัวเด็ก อายุต่ำกว่า 13 ปี ฐานเก็บข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อข้อมูล และสิทธิของผู้บริโภค
เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจำนวนหลายล้านคน อาจกำลังฝากข้อมูลส่วนตัวไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยที่ผู้ปกครองไม่ได้ให้ความยินยอม
เมื่อข้อมูลของเด็กถูกเก็บ ใช้ และประมวลผลโดยแพลตฟอร์ม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่เด็กปลอดภัยจากภัยออนไลน์หรือไม่ แต่คือ แพลตฟอร์มกำลังปกป้องข้อมูลและสิทธิของเด็กมากพอแล้วหรือยัง?
ปัญหากำลังเกิดขึ้นจริงในสหรัฐฯ โดย สำนักข่าวของประเทศอังกฤษอย่างบีบีซี (BBC) รายงานข่าว กรณีติ๊กต๊อก (TikTok) ตกลงจ่ายเงินสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา เพื่อยุติคดีที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
ติ๊กต๊อกจ่าย 400 ล้านดอลลาร์ ยุติคดี ละเมิดความเป็นส่วนตัวเด็ก
คดีดังกล่าวเกิดจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นฟ้องติ๊กต๊อก และไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก ในปี 2567 โดยกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานจำนวนมากที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กบนโลกออนไลน์ของสหรัฐฯ หรือ COPPA (Children’s Online Privacy Protection Act) ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2543
ข้อกล่าวหาสำคัญในคดีดังกล่าว คือติ๊กต๊อกไม่สามารถตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ปกครองอย่างเหมาะสม และยังถูกกล่าวหาว่าไม่ลบบัญชีของเด็ก แม้ได้รับคำร้องจากผู้ปกครองหรือแม้บริษัทจะทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
สำหรับข้อตกลงในคดีนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเด็กและผู้ปกครองบนโลกออนไลน์ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ย้ำว่า บริษัทที่ได้รับความไว้วางใจให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิเด็ก เพราะก่อนหน้านี้เมตา (Meta) บริษัทแม่ของ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมก็เผชิญการดำเนินคดีในสหรัฐฯ จากข้อกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมาย COPPA เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเด็กกำลังกลายเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
เมื่อแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อสิทธิผู้ใช้งาน
กรณีการฟ้องร้องแพลตฟอร์ม ทั้งติ๊กต๊อกและเมตาในสหรัฐฯ สะท้อนชัดว่า การคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ไม่ใช่หน้าที่ของเด็กหรือผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว แต่แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อการเก็บและใช้ข้อมูล รวมถึงออกแบบระบบให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานด้วย
และเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เด็ก เพราะข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยของผู้ใช้งานทุกคนก็ควรได้รับการคุ้มครองเช่นกัน
เมื่อแพลตฟอร์มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผู้บริโภคจึงไม่ควรถูกทิ้งให้รับความเสี่ยงเพียงลำพัง หากถูกหลอก ถูกนำข้อมูลไปใช้ หรือถูกละเมิดสิทธิ ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะตั้งคำถามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากแพลตฟอร์มได้
ที่มาข้อมูล
ลุ้นศาลสหรัฐชี้ขาด ยุติอัลกอริทึมเมตา ‘ภัยต่อสาธารณะ’
TikTok ตกลงจ่ายค่าปรับ 400 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวเด็กในสหรัฐฯ
TikTok to pay $400m to US in one of largest child privacy settlements



