
เดินหน้า EV Bus อยุธยา นำร่องสาย 3 เล็งจ้างเอกชนเดินรถ ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย พร้อมศึกษาความต้องการประชาชน ก่อนมุ่งสู่ต้นแบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด
สำหรับคนที่อยู่จังหวัดอยุธยา หนึ่งในโจทย์สำคัญคือ “จะเดินทางอย่างไร ถ้าไม่มีรถส่วนตัว” ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีรถไม่มาก รอนาน เส้นทางไม่ครอบคลุม หรือไม่รู้ว่ารถจะมาเมื่อไร ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกสำหรับทุกคน
ปัญหาดังกล่าวกำลังนำไปสู่ความพยายามครั้งใหม่ของหน่วยงานประจำจังหวัดอยุธยา ที่จับมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมพัฒนา รถโดยสารไฟฟ้า หรือ EV Bus โดยมี ‘สาย 3’ วงกลมสถานีรถไฟอยุธยา-วัดไชยวัฒนาราม เป็นหนึ่งในเส้นทางนำร่อง โดยเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า แต่คือการทดลองสร้างระบบขนส่งที่ ราคาเข้าถึงได้ รู้เวลารถ และตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนในพื้นที่
EV Bus อยุธยา 15 บาทตลอดสาย แก้โจทย์ “รถจะมาเมื่อไร”
แนวทางเบื้องต้นของ EV Bus สาย 3 คือเส้นทางวงกลมระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เชื่อมสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยากับวัดไชยวัฒนาราม ผ่านพื้นที่สำคัญทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ตลาด ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว
โดยที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบรูปแบบการให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ใน 2 เส้นทางสำคัญ คือ เส้นทางนำร่องสาย 3 วงกลมสถานีรถไฟอยุธยา–วัดไชยวัฒนาราม ระยะทาง 18 กิโลเมตร และเส้นทางสาย 1001 อยุธยา – วังน้อย ระยะทาง 25 กิโลเมตร ที่มีแนวโน้มว่าเอกชนอาจไม่ขอต่อใบอนุญาตเส้นทาง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน และนักท่องเที่ยว พร้อมกำหนดแนวทางค่าโดยสารที่เข้าถึงได้และระบบติดตามรถแบบเรียลไทม์
อีกทั้ง กำหนดแนวทางค่าโดยสารที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้ โดยอิงกรอบการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่ 15 บาทตลอดสาย พร้อมติดตั้งระบบ GPS ติดตามรถและแสดงเวลารถโดยสารแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดปัญหารถน้อยคอยนาน ทำให้ผู้โดยสารวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้การเดินรถ EV Bus สาย 3 ใช้รูปแบบการจ้างเอกชนเดินรถ โดย อบจ.พระนครศรีอยุธยา ทำหน้าที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกำกับมาตรฐานบริการ ขณะที่เอกชนรับผิดชอบการเดินรถ และการดูแลระบบด้านเทคโนโลยีและแบตเตอรี่ เพื่อให้การจัดบริการมีความคล่องตัวและคุ้มค่าต่อการลงทุน
อบจ.ลงทุนระบบ – เอกชนเดินรถ
สำหรับรูปแบบการบริหาร EV Bus สาย 3 ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้วิธี จ้างเอกชนเดินรถ โดย อบจ.พระนครศรีอยุธยาลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำหน้าที่กำกับมาตรฐานบริการ ขณะที่เอกชนรับผิดชอบการเดินรถ รวมถึงระบบเทคโนโลยีและการจัดการแบตเตอรี่
บรรณ แก้วฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายนิติการ อบจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า อบจ.ได้ศึกษารูปแบบการให้บริการ EV Bus จากหลายพื้นที่และเปรียบเทียบทั้งการจ้างเอกชนเดินรถกับการจัดซื้อรถและบริหารเอง จนได้แนวทางที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าการลงทุนและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ขณะที่การก่อสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่ยังอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาระบบขนส่งในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชินวัตร ทดลองเดินรถ EV Bus ขนาด 8 เมตร เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรม ต้นทุน และความคิดเห็นของประชาชน ก่อนนำข้อมูลมาใช้จัดทำราคากลางและร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับการจัดบริการในระยะต่อไป
ดังนั้นการขับเคลื่อนจึงมุ่งเน้นการออกแบบบริการขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเดินทางสะดวก ค่าโดยสารเป็นธรรม ปลอดภัย และทุกคนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สอดคล้องกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภคที่ผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นระบบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและคนทุกกลุ่ม

สำรวจ 400 เสียง ออกแบบ EV Bus จากความต้องการของคนใช้จริง
วนิดา ด่านชัยสิทธิ์ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้รับผิดชอบโครงการ “การสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองมรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อทุกคน” ภายใต้การสนับสนุนของสภาผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า โครงการอยู่ระหว่างการการสำรวจข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมและความต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อสนับสนุนแผนการพัฒนาเส้นทาง EV Bus อยุธยา ในเส้นทางนำร่องสาย 3 วงกลมสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา–วัดไชยวัฒนาราม โดยมีเป้าหมายให้การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
สำหรับการสำรวจข้อมูลได้ดำเนินการร่วมกับ ผศ.มูนีเราะฮ์ ยีดำ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เก็บข้อมูลจากประชาชนและนักท่องเที่ยว 400 คน ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2569 พร้อมจัด Focus Group ใน 6 ชุมชนตามแนวเส้นทาง ได้แก่ สถานีรถไฟ วังไชย ประตูชัย วัดตึก วัดญานเสน และวัดลอดช่อง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทาง ปัจจัยการเลือกใช้บริการ ค่าโดยสาร ความปลอดภัย การเข้าถึง และความต้องการในอนาคต รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ตัวแทนผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด
ทำไมสาย 3 จึงถูกเลือกเป็นเส้นทางนำร่อง
ด้านประสิทธิ์ โชคกิจ เลขานุการนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า EV Bus สาย 3 มีศักยภาพรองรับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากเชื่อมต่อสถานที่สำคัญทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย และตลาด จึงเหมาะสำหรับพัฒนาเป็นเส้นทางนำร่อง
ประสิทธิ์ ระบุว่า หากสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในปี 2570 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด และต่อยอดไปยังเส้นทางอื่นๆ ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะช่วยให้การพัฒนาเส้นทาง EV Bus สาย 3 สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด
หาก EV Bus สาย 3 เปิดให้บริการได้ตามเป้าหมายในปี โครงการนี้อาจเป็นสิ่งยืนยันที่สำคัญว่า จังหวัดสามารถสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ออกแบบจากข้อมูลและเสียงของประชาชนได้ และจะต้นแบบให้กับเส้นทางอื่น ทั้งในพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน



