| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค – สสส. หนุนยกระดับมาตรฐาน “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย” ชูต้นแบบอยุธยาวิทยาลัย สร้างระบบดูแลนักเรียนครบวงจร ดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม พร้อมเผยยังมีรถนอกระบบกว่า 45,000 คัน เสี่ยงกระทบความปลอดภัยเด็กทั่วประเทศ
ผ่านไป 5 เดือนแรกของปี 2569 เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนแล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง มีเด็กเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บรวม 167 คน โดยหลายกรณีเกิดจากความประมาท พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ รวมถึงการใช้รถผิดกฎหมายและดัดแปลงสภาพรถไม่ได้มาตรฐาน สะท้อนว่าปัญหาความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนยังเป็นปัญหาเชิงระบบที่ต้องเร่งแก้ไข ขณะที่สภาผู้บริโภคเดินหน้าผลักดันมาตรฐาน “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย” เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 สภาผู้บริโภคและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมให้ข้อมูลในกิจกรรม “สัมมนาเชิงปฎิบัติการเพื่อเก็บข้อมูลและการศึกษาปัญหาเชิงพื้นที่ โครงการศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับรถรับส่งนักเรียน ครั้งที่ 1” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อรวบรวมข้อมูลและแลกเปลี่ยนบทเรียนการบริหารจัดการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โดยมีโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย โรงเรียนต้นแบบศูนย์การเรียนรู้การจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย ร่วมนำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน
พัฒนพงศ์ มีสมยุทธ์ ผู้รับผิดชอบงานกิจการรถรับส่งนักเรียน โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ระบุว่า โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเริ่มพัฒนาระบบบริหารจัดการรถรับส่งนักเรียปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน โดยปัจจุบันมีรถรับส่งนักเรียนลงทะเบียนกับโรงเรียน 99 คัน และมีนักเรียนใช้บริการกว่า 1,350 คน โดยสร้างระบบที่ทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนมีส่วนร่วม พร้อมจัดตั้งชมรมรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเป็นกลไกการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่านกลุ่มไลน์ ทำให้ผู้ปกครองสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียนได้โดยตรง
ด้านมาตรการด้านความปลอดภัยว่า โรงเรียนมีระบบตรวจสอบคุณสมบัติพนักงานขับรถและตรวจสภาพรถรับส่งนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนออกหนังสือรับรองและบัตรประจำตัวพนักงานรับส่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและร้องเรียนได้ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง
ขณะเดียวกันโรงเรียนยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลจากรูปแบบเอกสารสู่ระบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการยื่นขอใบรับรองผ่านระบบได้ทันที พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเส้นทาง จุดจอดรถ ข้อมูลรถ และระบบร้องเรียน เพื่อนำข้อมูลใช้ในการติดตามและปรับปรุงคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง
พัฒนพงศ์ ระบุอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบบริหารจัดการรถรับส่งนักเรียนของโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ มาจากการให้ความสำคัญจากผู้บริหารโรงเรียน ที่กำหนดให้งานรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของโรงเรียน และบรรจุไว้ในโครงสร้างฝ่ายกิจการนักเรียน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในอนาคต รวมถึงเน้นการทำงานในรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกัรพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และยั่งยืน

ด้าน คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เกิดความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน โดยระบุว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งจัดทำข้อมูลรถรับส่งนักเรียนที่แท้จริง เนื่องจากปัจจุบันรัฐยังไม่มีข้อมูลรถรับส่งนักเรียนที่ครอบคลุมทั้งหมด โดยจากข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า มีรถรับส่งนักเรียนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียง 5,296 คัน ขณะที่คาดว่าจะมีรถรับส่งนักเรียนอีกกว่า 45,000 คัน ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียน ส่งผลให้รัฐยังไม่สามารถกำกับคุณภาพบริการและมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยให้กับโรงเรียนในพื้นที่ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นโรงเรียนสังกัดหน่วยงานใด เพื่อให้เกิดระบบการจัดการความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนให้กับนักเรียนทุกคน เพราะมาตรฐานความปลอดภัยไม่ควรถูกแบ่งแยกจากการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐเอง
ทั้งนี้ ปัจจุบันสภาผู้บริโภคมีโรงเรียนศูนย์เรียนรู้ “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย” จำนวน 20 แห่ง ที่ร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการบริหารจัดการรถรับส่ง การตรวจสภาพรถ การอบรมพนักงานขับรถและผู้ดูแลนักเรียน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่นักเรียนอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 20 แห่งพร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้แก่หน่วยงาน สถานศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำแนวทางไปประยุกต์ใช้และขยายผลสู่การสร้างเครือข่ายรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องฺ
อุบัติเหตุ รถรับส่งนักเรียน พุ่ง ปี 69 เจ็บแล้ว 167 ชง 4 มาตรการเร่งด่วน
กาญจนบุรีเดินหน้า 12 รร. ต้นแบบ รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน” ประจำปีการศึกษา 2569



