
เครือข่ายผู้บริโภคภูเก็ต – สมาคมรถรับจ้างผ่านแอปฯ ยื่นนายกฯ เร่งบังคับใช้กฎหมาย แพลตฟอร์มเรียกรถ คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค
เครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคมรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (PACA) ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้เร่งกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสาร (บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน) อย่างจริงจังและเท่าเทียม หลังครบกำหนดการบังคับใช้มาตรการที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กำหนดไว้แล้ว แต่ยังพบรถและผู้ให้บริการจำนวนหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงมีการขยายระยะเวลาผ่อนผัน ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยมีนายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม เป็นผู้รับหนังสือแทน

วารุณี สกุลรัตนธารา ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ปัจจุบันยังพบปัญหาการใช้บัญชีผู้ขับขี่โดยไม่ชอบ การปลอมแปลงเอกสาร การสวมสิทธิให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม และการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
เครือข่ายผู้บริโภคและสมาคมฯ มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประการ ได้แก่
- ให้กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
- เร่งดำเนินการตามมาตรการกำกับดูแล แพลตฟอร์มเรียกรถ ให้เป็นไปตามแนวทางบังคับใช้กฎหมายที่มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมรายงานผลภายใน 14 วัน
- ตรวจสอบและดำเนินคดีกับรถที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะ
- ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของแพลตฟอร์มดิจิทัล หากพบการฝ่าฝืนเงื่อนไขหรือกฎหมายให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด
วารุณีกล่าวอีกว่า แม้ผู้บริโภคจะเห็นว่ารถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันเป็นทางเลือกที่สะดวก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและมาตรฐานของรถที่ให้บริการ โดยปัจจุบันยังพบปัญหารถที่เลขทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ หรือไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง จึงไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาผ่อนผันอีกต่อไป และเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการเลื่อนบังคับใช้กฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาความปลอดภัย ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเหตุอาชญกรรม การโก่งค่าโดยสาร การปฏิเสธผู้โดยสาร และการให้บริการของรถที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งอาจไม่มีประกันภัยคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุอาชญากรรม พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
ด้าน จิตต์กวินท์ ศรีพระลาน นายกสมาคมรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อยกเลิกหรือปิดกั้นการให้บริการรถผ่านแอปพลิเคชัน แต่ต้องการให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจังและเท่าเทียม เนื่องจากแม้จะมีกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2564-2565 แต่การบังคับใช้ยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม ส่งผลให้รถที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องยังสามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้
จิตต์กวินท์ ยังเห็นว่า การขยายระยะเวลาผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าควรมีการชี้แจงเหตุผลของการขยายเวลาที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายและความเป็นธรรมในการแข่งขัน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เรียกรถ ผ่านแอปฯ มีกฎหมาย แต่ยังไม่ปลอดภัย
Ride Sharing: ชวนส่องกฎหมาย ‘เรียกรถผ่านแอปฯ’ ปลอดภัยมากขึ้น!



