| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคยื่น 7 ข้อเสนอถึง รมช.คมนาคม ยกระดับความปลอดภัย รถขนส่งแก๊ส – หนุนเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ สู่รถ EV ลดความเสี่ยงบนท้องถนน
สภาผู้บริโภค นำโดย สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือถึง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยด้านการขนส่งสาธารณะและ รถขนส่งแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่งสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้บริโภคจากความเสี่ยงที่เกิดจากรถโดยสารสาธารณะและการขนส่งวัตถุอันตราย
ที่ผ่านมา สังคมไทยเผชิญเหตุอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้ง ทั้งกรณีรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สซึ่งขาดมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงอุบัติเหตุจากการขนส่งแก๊สที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการกำกับดูแลอย่างจริงจัง
สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารสาธารณะที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น โดยเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้า และการยกระดับมาตรการกำกับดูแลการขนส่งแก๊ส เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้ถนนทุกคน
ทั้งนี้ เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภคย้ำว่า ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และการยกระดับมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการกำกับดูแลการขนส่งวัตถุอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันความสูญเสียและสร้างระบบขนส่งที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
เสนอ 7 มาตรการยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารและ รถขนส่งแก๊ส

ด้าน อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนงานขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีช่องว่างด้านกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลการขนส่งแก๊ส รวมถึงรถโดยสารที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงได้เสนอ 7 มาตรการสำคัญต่อกระทรวงคมนาคม ได้แก่
1. ทบทวนหลักเกณฑ์การขนส่งถัง LPG ให้ครอบคลุมความเสี่ยงของรถขนส่งที่เข้าสู่ชุมชน โดยกำหนดมาตรฐานการจัดเรียง ยึดตรึง และขนย้ายถังอย่างปลอดภัย
2. กำหนดระบบตรวจสอบความพร้อมก่อนออกวิ่งและก่อนขนถ่ายถัง LPG ทั้งสภาพรถ สภาพถัง อุปกรณ์ความปลอดภัย และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงาน พร้อมจัดเก็บข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
3. บริหารจัดการความเสี่ยงด้านเส้นทางและจุดส่งถังในชุมชน โดยกำหนดแนวทางควบคุมเส้นทาง เวลาเดินรถ และจุดจอดในพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด และชุมชนหนาแน่น
4. ยกระดับการอบรมผู้ขับรถและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการขนถ่ายถัง LPG ให้มีความรู้ด้านความปลอดภัย การป้องกันอุบัติเหตุ และการรับมือเหตุฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล
5. ปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับรถโดยสารสาธารณะ โดยกำหนดให้มีการสื่อสารข้อมูลอุปกรณ์และทางออกฉุกเฉินแก่ผู้โดยสารอย่างชัดเจน พร้อมตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ฉุกเฉินก่อนให้บริการทุกครั้ง
6. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อลดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และ 7. จัดทำระบบรายงานเหตุ หลักประกันความรับผิด และกลไกเยียวยาผู้เสียหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและการชดเชยได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
คมนาคมรับข้อเสนอ พร้อมเดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัย

ด้าน สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภค และพร้อมนำไปพิจารณาดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นการขนส่งแก๊ส LPG ซึ่งต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุมมากขึ้น เนื่องจากสภาพเมืองและชุมชนมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง
สำหรับมาตรการในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาแนวทางเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลรถขนส่งแก๊ส ทั้งด้านความปลอดภัย ระบบแจ้งเตือน และการเฝ้าระวังความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้ามาตรการตรวจสอบสภาพรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถที่ให้บริการรับส่งนักเรียนและรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงเตรียมผลักดันนโยบายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่รถพลังงานไฟฟ้าในภาคการขนส่ง เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สภาผู้บริโภคหารือขนส่ง เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง ยกระดับ ขนส่งสาธารณะ



