Ribbon

เสนอ 8 พรรคการเมือง ชง EV bus – แก้ PM2.5 พื้นที่เชียงใหม่

Getting your Trinity Audio player ready...
เสนอ 8 พรรคการเมือง ชง EV bus - แก้ PM2.5 พื้นที่เชียงใหม่

หน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสภาสิทธิการเดินทางจังหวัดเชียงใหม่ จัดเวทีสาธารณะข้อเสนอจากพรรคการเมือง “ขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ กับ PM2.5” เพื่อหาแนวทางการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ซึ่งมีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และตัวแทนพรรคการเมือง 8 พรรค ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีคำถามสำคัญคือ การผลักดันเชียงใหม่ให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีได้อย่างไร และแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภาพรวมเวที ทุกพรรคการเมืองสะท้อนถึงความคิดเห็นทิศทางเดียวกันว่า ระบบขนส่งสาธารณะของเชียงใหม่เป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นเร่งด่วนต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทุกพรรคสนับสนุนการพัฒนาขนส่งสาธารณะที่มีมาตรฐาน เข้าถึงได้จริง ราคายุติธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวโน้มตรงกันในการผลักดันรถโดยสารในรูแปบบรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) ที่เป็นพลังงานสะอาด ควบคู่การปรับปรุงกฎหมายและระบบบริหารจัดการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อัญชลี สุคำจ ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายด้านขนส่งสาธารณะและ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่อกาศสะอาด (พ.ร.บ.อากาศสะอาด)จำเป็นต้องยึดหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพราะเชียงใหม่มีเครือข่ายภาคประชาชนเข้มแข็ง ดังนั้นภาคประชาชนควรมีส่วนร่วมตั้งแต่การเสนอความคิดเห็น การวางแผน ไปจนถึงการจัดการ พร้อมเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจและงบประมาณไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการปัญหาขนส่งสาธารณะและมลพิษทางอากาศในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้ง การกระจายอำนาจต้องมาพร้อมการสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณที่เพียงพอ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงการมอบภารกิจโดยไม่มีเครื่องมือรองรับ อีกทั้ง สส. คือความหวังของประชาชนในการนำข้อเสนอจากภาคประชาชนและท้องถิ่นไปผลักดันสู่ระดับนโยบาย กฎหมาย และการจัดสรรทรัพยากรจากส่วนกลาง เพื่อให้การพัฒนาขนส่งสาธารณะและการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง

ทุกพรรคเห็นพ้อง เร่งแก้ปัญหาขนส่งสาธารณะ หนุนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก

ตัวแทนพรรคเพื่อไทย มองว่าระบบขนส่งสาธารณะเป็นกลไกพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เสนอเดินหน้า 2 ระบบควบคู่กัน คือ EV Bus ที่ท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนได้ทันที และการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา (LRT) จากรัฐบาลส่วนกลาง โดยจะสนับสนุนให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อสร้างความคุ้มค่าและความยั่งยืนของระบบบริการ พร้อมผลักดันการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่มีข้อจำกัดต่อท้องถิ่นในการจัดการเดินรถ และต้องใช้เวลานานในการขอใบอนุญาต ที่จะเป็นการยกระดับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในระยะยาว

ขณะที่ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ มุ่งการแก้ปัญหารถติดผ่านการจัดระบบขนส่งแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการ เนื่องจากเชียงใหม่มีรถสองแถวแดงที่ให้บริการในเขตเมืองกว่า 4,000 คัน แต่ปัญหาหลักคือขาดระบบบริหารจัดการการเดินรถ การจัดเส้นทาง และการจราจร ทำให้เกิดสภาพต่างคนต่างวิ่ง ทำให้ไม่สามารถดึงให้ประชาชนมาใช้บริการ เกิดการพึ่งพารถส่วนบุคคลมากกว่า จึงเสนอว่าควรมีการลงทุนสร้างระบบรางหรือรถไฟฟ้ารางเบา พร้อมกับพัฒนาโครงการถนนควบคู่กันไป โดยต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับเมืองเชียงใหม่ในระยะยาว

สำหรับ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย เสนอว่า การแก้ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องรอการลงทุนขนาดใหญ่จากส่วนกลาง หากเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและสหกรณ์ขนส่งท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบขนส่ง เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งท้องถิ่นมีความพร้อม แต่เผชิญปัญหาผู้โดยสารลดลงและข้อจำกัดด้านโครงสร้าง จึงเสนอให้รัฐสนับสนุนแหล่งเงินกู้เพื่อเปลี่ยนรถโดยสารเป็นรถไฟฟ้า หรือ รถ EV ลดมลพิษ ลดต้นทุน เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเจ้าของรถผู้ให้บริการ ถือเป็นการยกระดับการแก้ปัญหาจากฐานท้องถิ่น

ด้าน ตัวแทนพรรคประชาชน เน้นย้ำการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมจัดสรรงบประมาณโดยตรงและให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม โดยระยะสั้นจะอนุมัติงบกลางผ่านมติคณะรัฐมนตรี ให้ท้องถิ่นจัดระบบขนส่งสาธารณะ ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมรถโดยสารและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ในจังหวัด สร้างงานกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนระยะยาวต้องผลักดันการแก้กฎหมายร่างแก้ไข พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และร่างแก้ไข พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของ อปท.ให้ชัดเจน สามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตรงความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่จากตัวแทนพรรคต่าง ๆ โดย พรรคกล้าธรรม มองปัญหาขนส่งเป็นปัญหาเรื้อรัง เสนอใช้รถโดยสาร EV Bus และแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่การผลักดันกฎหมาย มุ่งสู่เมืองคาร์บอนเป็นศูนย์ ด้าน พรรคโอกาสใหม่ ชี้ว่าระบบยังไม่ครอบคลุมและไม่เชื่อมต่อจุดสำคัญ เสนอเพิ่ม EV Bus ให้ถี่และเชื่อมทุกเส้นทาง พร้อมแก้ปัญหาค่าโดยสารและกำหนดมาตรฐานรถสี่ล้อแดง ขณะที่  พรรคเศรษฐกิจ เสนอพัฒนาขนส่งให้เหมาะกับบริบทเชียงใหม่ ปรับโครงสร้างรถสองแถว ระบบสัมปทาน และเส้นทางเดินรถ โดยไม่จำเป็นต้องลอกแบบกรุงเทพฯ พรรคก้าวอิสระ เน้นแก้ความไม่เป็นธรรมด้านค่าโดยสาร ยกระดับรถสาธารณะให้ได้มาตรฐานเดียว

เสนอลดการเผา ใช้ AI คุมมลพิษ ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ขณะที่ประเด็นฝุ่น PM2.5 พรรคการเมืองนำเสนอสอดคล้องกันว่า การที่ปัญหาทวีความรุนแรงเกิดจากจำนวนรถยนต์และกิจกรรมเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเผาในภาคเกษตร จึงต้องสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างจริงจัง โดยแนวทางสำคัญคือการลดการเผา ด้วยการส่งเสริมอาชีพทางเลือก เช่น ปลูกกาแฟ สตรอเบอรี่ แทนเกษตรเชิงเดี่ยว และการจัดการวัชพืช เช่น ทำปุ๋ย พร้อมเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข โดยเชื่อว่าหากมีความมั่นคงทางรายได้จะช่วยลดการเผาในระยะยาว

นอกจากนี้ จำเป็นต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแอปพลิเคชันมอนิเตอร์ ควบคุม และกำหนดให้การเผาในที่โล่งต้องขออนุญาตทุกกรณี รวมถึงการออกมาตรการควบคุมมลพิษข้ามพรมแดนให้เอกชนรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน


5 พรรคการเมือง หนุนตั้ง ‘กองทุนขนส่งจังหวัด’ พัฒนาขนส่งปัตตานี

เปิดเวที 9 จังหวัด ดัน นโยบายขนส่ง  สู่พรรคการเมือง