
สภาผู้บริโภคจับตาความคืบหน้า “คดีเนต้า” ใกล้ชิด ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดพิจารณา 7 – 9 เมษายนนี้ ลุ้นรับฟ้องเป็นคดีกลุ่มหรือไม่ ยืนยันสรรพสามิตเตรียมฟ้องไม่กระทบ
จากกระแสข่าวที่กรมสรรพสามิตเตรียมดำเนินคดีกับบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเนต้าในประเทศไทย และเรียกคืนเงินอุดหนุนจากบริษัท หลังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อคดีเนต้า ที่สภาผู้บริโภคได้ฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องสิทธิและการเยียวยาความเสียหายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง สภาผู้บริโภคยืนยันไม่กระทบ ศาลนัดพิจารณาอีกครั้งเม.ย.นี้
ว่าที่ร้อยตรีสมชาย อามีน ทนายความผู้รับผิดชอบคดี เปิดเผยว่า คดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องบริษัทเนต้าต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการของศาล และเดินหน้าต่อไปตามกำหนดนัด โดยศาลมีกำหนดพิจารณาอีกครั้งในช่วงวันที่ 7 – 9 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาว่าจะรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีแบบกลุ่มหรือไม่
“การดำเนินคดีของหน่วยงานอื่นเป็นกระบวนการทางกฎหมายคนละส่วน และไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีที่สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคแต่อย่างใด” ว่าที่ร้อยตรีสมชาย กล่าว
สำหรับขั้นตอนจากนี้ หากศาลรับคดีเนต้าไว้เป็นคดีแบบกลุ่ม ศาลจะประกาศแจ้งให้ทราบผ่านทางหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ สิ่งที่เจ้าของรถเนต้าควรทราบคือ หากศาลมีคำสั่งรับเป็นคดีแบบกลุ่ม ผู้ที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเนต้าทุกรุ่น ได้แก่ รุ่นวี 1 (NETA V-I) วี 2 (NETA V-II) และรุ่นเอ็กซ์ (NETA X) ซึ่งประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน จะได้รับสถานะเป็น “สมาชิกกลุ่ม” โดยอัตโนมัติตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียหายรายใดต้องการฟ้องคดีด้วยตนเอง และไม่ต้องการผูกพันกับคดีแบบกลุ่มดังกล่าว หรือต้องการแยกไปดำเนินคดีเอง จะต้องแจ้งต่อศาลว่าขอออกจากกลุ่ม แต่หากไม่แจ้งออกจากกลุ่ม จะต้องยอมรับและผูกพันตามคำพิพากษาของศาลในคดีนี้เช่นเดียวกับตัวแทนผู้ฟ้องคดี
ในอนาคต หากศาลมีคำพิพากษาให้ฝ่ายผู้บริโภคเป็นฝ่ายชนะคดี ศาลจะกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชย โดยสมาชิกกลุ่มมีหน้าที่เพียงเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของรถ และหลักฐานความเสียหายที่ได้รับ เพื่อนำไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ได้รับการชดเชยตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ในประเด็นสถานะทางกฎหมายของบริษัทเนต้าว่าอยู่ในภาวะล้มละลายหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในขณะนี้ ยังไม่ปรากฏว่าบริษัทเนต้าในประเทศไทยอยู่ในภาวะล้มละลาย และยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการล้มละลาย หรือการถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคจะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองและดูแลสิทธิของผู้บริโภคอย่างรอบด้านต่อไป
อย่างไรก็ตาม การที่สภาผู้บริโภคได้ดำเนินการฟ้องร้องบริษัทเนต้า มาจากกรณีที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเนต้าได้ยื่นหนังสือต่อสภาผู้บริโภค หลังพบปัญหาจากการใช้งานรถยนต์ เช่น ไม่สามารถจดทะเบียนป้ายขาวได้ รถเกิดการชำรุดแต่ไม่มีอะไหล่สำหรับซ่อม ศูนย์บริการปิดตัว หรือปฏิเสธการเคลม แม้บริษัทเนต้าและตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) จะออกมาชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว แต่สภาผู้บริโภคและกลุ่มผู้เสียหายพบว่าคำชี้แจงดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงในเชิงปฏิบัติ และไม่ครอบคลุมความเสียหายที่แท้จริงของผู้บริโภค สภาผู้บริโภคจึงได้ดำเนินคดีเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม และยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีการพิจารณาคดีแล้วจำนวน 2 ครั้ง
สำหรับการพิจารณาคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีแบบกลุ่มครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ปรากฏว่า บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลยที่ 1 บริษัท เนต้า เซลส์ ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลยที่ 2 และเชา ต้าถิง กรรมการ จำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาลและไม่ได้ส่งทนายความมาศาล ขณะที่บริษัท บางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี จำกัด มาศาลและขออนุญาตเลื่อนคดี รวมถึงขยายเวลายื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฟ้องคดี
ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดไต่สวนไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม 2568 และอนุญาตให้ยื่นคำให้การได้ในวันนัด พร้อมทั้งมีคำสั่งปิดประกาศแจ้งให้บริษัทเนต้า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ทราบ ขณะที่การพิจารณาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 บริษัทเนต้าและจำเลยที่ 2 และที่ 4 ยังคงไม่ได้เดินทางมาศาลและไม่ได้ส่งทนายความมา มีเพียงบริษัทบางชันฯ ที่ยื่นคำคัดค้านการฟ้องร้อง ซึ่งศาลได้รับคำคัดค้านไว้แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



