Ribbon

น้ำมันโลกลง แต่คนไทยยังใช้ น้ำมันแพง รสนา จี้รัฐลดราคาด่วน

Getting your Trinity Audio player ready...
Upward trend in fuel price is represented by a red arrow and bar graph superimposed over fuel pumps at a gas station, indicating rising costs and economic impact

สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ขณะที่คนไทยยังต้องใช้ น้ำมันแพง เนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกในไทยยังปรับลดไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่ลดลง สภาผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างเป็นธรรม

น้ำมันโลกลง แต่คนไทยยังใช้ น้ำมันแพง รสนา จี้รัฐลดราคาด่วน

รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า ภายหลังมีรายงานว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และมีแนวโน้มเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 73.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดวิกฤต

“เมื่อราคาน้ำมันดิบกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนเกิดสงคราม ผู้บริโภคย่อมคาดหวังว่าราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศจะปรับลดลงตามต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่ปรับลดเพียงเล็กน้อยจนไม่สะท้อนสถานการณ์ตลาดโลก” รสนา กล่าว

รสนา ระบุว่า หากพิจารณาจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ยังมีช่องว่างให้ปรับลดลงได้อีก โดยยังคงเหลือกำไรในระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการ หากมีการปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น

น้ำมันแพง ต้องแก้ที่ต้นตอ

ทั้งนี้ ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะฯ แสดงความเห็นว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปไม่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ มีปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่

1. โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการตลาด ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นยังมีการบวกต้นทุนบางส่วนที่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง ขณะที่ในช่วงวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคปรับตัวสูงกว่าระดับปกติอย่างมีนัยสำคัญ

“หลายประเทศมีมาตรการจัดเก็บภาษีลาภลอย หรือ Windfall Tax จากกำไรส่วนเกินของธุรกิจพลังงาน เพื่อนำรายได้กลับมาช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการลักษณะดังกล่าว” รสนา กล่าว

2. การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนราคา เนื่องจากปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถูกใช้เป็นกลไกอุดหนุนเชื้อเพลิงบางประเภท จนทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันขาดความชัดเจน และเป็นภาระหนี้สะสมในระยะยาว จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาหยุดจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราวในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันในราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุนจริงมากขึ้น รวมถึงทบทวนการใช้งบกองทุนเพื่ออุดหนุนเชื้อเพลิงบางประเภทที่อาจเพิ่มภาระหนี้ให้กองทุนในอนาคต

3. การมุ่งจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันแม้ในยามวิกฤต เนื่องจากภาษีสรรพสามิตน้ำมันยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของราคาขายปลีก แต่ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังยังคงให้ความสำคัญกับการจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมาย แม้ในช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องเผชิญภาระค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งที่ราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาหยุดจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันในราคาที่สะท้อนต้นทุนตลาดโลกมากขึ้น รวมถึงทบทวนการนำเงินกองทุนไปอุดหนุนเชื้อเพลิงบางประเภท เช่น น้ำมันดีเซล B20 เพื่อลดภาระหนี้สะสมของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

รสนา ระบุว่า หากยกเลิกการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซิน 95 ในอัตรา 12.27 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ในอัตรา 4.59 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการกำกับดูแลค่าการตลาดให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร จะทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มีโอกาสปรับลดลงมาอยู่ในระดับ 30 บาทต่อลิตรได้ทันที

สำหรับน้ำมันดีเซล B7 เสนอให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตลงจากปัจจุบันที่ 6.92 บาทต่อลิตร เหลือประมาณ 1.92 บาทต่อลิตร หรือปรับลดลง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลงจาก 38.80 บาทต่อลิตร เหลือประมาณ 33.60 บาทต่อลิตร ใกล้เคียงกับระดับราคาก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาระหนี้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

“ในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง รัฐบาลควรพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงชั่วคราว เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งและลดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง” รสนา กล่าว

เสนอปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ

รสนา ย้ำว่า การแก้ปัญหาราคาน้ำมันไม่ควรเป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่ควรมุ่งสู่การปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

“ที่ผ่านมา รัฐมักอ้างราคาตลาดโลกในการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อราคาตลาดโลกปรับลดลง ผู้บริโภคก็มีสิทธิได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงเช่นกัน รัฐบาลจึงควรเร่งทบทวนกลไกต่าง ๆ ที่เป็นภาระต่อประชาชน เพื่อให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น” รสนา กล่าว

ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะฯ ยังระบุด้วยว่า หากมีการทบทวนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการกำกับดูแลค่าการตลาดให้อยู่ในระดับเหมาะสม และพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลงได้มากกว่าปัจจุบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ


เนื้อหที่เกี่ยวข้อง

ทุบอิทธิพลทุน – รื้อโครงสร้าง แก้น้ำมัน ไฟฟ้า ค่าเน็ตแพง

“ทรัมป์” อ้างสหรัฐฯ-อิหร่านลงนามหย่าศึกแล้ว เปิดฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 19 มิ.ย.