| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคผนึกกำลัง อบจ. ภาคใต้ ผลักดัน ขนส่งสาธารณะ ชี้ปัญหากระจายอำนาจ – ขาดงบประมาณ เสนอทางออกตั้ง “กองทุนขนส่งสาธารณะจังหวัด” ชูภูเก็ตต้นแบบยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้จริง
สมาคมผู้บริโภคสงขลา หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคใต้ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเปิดตัว “โครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้ภาคใต้” ระหว่างวันที่ 20 – 21 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมบูกิตอันดามัน โรงแรมบูกิตตา บูทีค โฮเทล อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ภาคใต้ มุ่งส่งเสริมบทบาทของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดบริการขนส่งสาธารณะที่เป็นรูปธรรม พร้อมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้บริโภค
ภญ.ชโลม เกตุจินดา หัวหน้าหน่วยงานเขตพื้นที่ภาคใต้ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การคิกออฟโครงการในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวกิจกรรม แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อคลี่คลายปัญหาและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในระยะต่อไป โดยสภาผู้บริโภค และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนขนส่งสาธารณะระดับพื้นที่ เนื่องจากระบบขนส่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งต้องแบกรับค่าเดินทางมากกว่า 10% ของรายได้
”จังหวัดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญ ที่มีทั้ง อบจ. และ ภาคเอกชนทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่รถโดยสารทั่วไปจนถึงรถโดยสาร EV Bus และเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหลังโควิด-19” ภญ.ชโลม ระบุ


เสนอ ‘กองทุนรถโดยสารจังหวัด’ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
ทางด้าน อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค ได้นำเสนอข้อมูลงานวิจัยรถโดยสารสาธารณะ “บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรมในเมืองหลักส่วนภูมิภาคของไทย” โดยระบุว่า ระบบขนส่งสาธารณะของไทยยังพัฒนาล่าช้าและกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ขณะที่ อปท. โดยเฉพาะ อบจ. ยังขาดการสนับสนุนจากรัฐทั้งด้านงบประมาณ วิชาการ และอำนาจในการจัดการ ทำให้ไม่สามารถวางแผนระบบขนส่งในระดับเมืองได้อย่างเต็มที่
อดิศักดิ์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญคือการกระจายอำนาจที่ล่าช้า อปท. ยังไม่มีอำนาจด้านการจัดการเส้นทางและการจราจร ขณะเดียวกันกฎหมายและนโยบายยังเอื้อต่อการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าขนส่งสาธารณะ ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทาง
สำหรับกฎหมายล่าสุดเปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถขอใบอนุญาตเดินรถโดยสารประจำทางได้ และสามารถนำรายได้จากภาษีล้อเลื่อนมาพัฒนาระบบขนส่ง โดยสภาผู้บริโภคเสนอจัดตั้งกองทุนรถโดยสารสาธารณะระดับจังหวัด เพื่ออุดหนุนผู้โดยสารและยกระดับบริการ ทั้งนี้ ปัจจุบันหลายจังหวัดเริ่มเดินหน้าจัดบริการขนส่งสาธารณะแล้ว สะท้อนว่าหากท้องถิ่นได้รับอำนาจและการสนับสนุนที่เหมาะสม จะสามารถเป็นกลไกหลักในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศได้
เสนอปลดล็อกอำนาจ แก้รถติดเมืองท่องเที่ยว
ช่วงเวทีเสวนาในหัวข้อ “วิสัยทัศน์และมุมมองขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สงขลา และภูเก็ต ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ” โดย เรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า หากกระทรวงคมนาคมยังไม่พร้อมพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ควรเปิดทางให้ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการแทน เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและข้อจำกัดด้านโครงสร้างถนนของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีเส้นทางหลักเพียงเส้นเดียว และเสี่ยงเกิดอัมพาตด้านการเดินทางเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันกฎหมายเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้ ทั้งการดำเนินการเองหรือจ้างเอกชนเดินรถ พร้อมยินดีหากกระทรวงคมนาคมมอบหมายอำนาจให้ท้องถิ่นเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยปัจจุบัน อบจ.ภูเก็ต ได้ริเริ่มนโยบายจูงใจประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ ด้วยการให้บริการรถโดยสารฟรีแก่ 5 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และพระสงฆ์ เพื่อช่วยลดการใช้รถส่วนตัวและบรรเทาความแออัดบนท้องถนน
“ขอให้สภาผู้บริโภคช่วยผลักดันนโยบายขนส่งสาธารณะอย่างเข้มแข็ง พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมรณรงค์ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของคนภูเก็ตร่วมกัน” นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าว
ถ่ายโอนภารกิจแต่ไม่โอนงบ
จตุรนต์ เอี่ยมโสภา รองประธานสภา อบจ.ปัตตานี กล่าวว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของ อบจ.ปัตตานี ยังเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างการกระจายอำนาจที่ถ่ายโอนภารกิจ แต่ไม่โอนงบประมาณ ส่งผลให้แม้แต่การดูแลสถานีขนส่งผู้โดยสารก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบ
พร้อมชี้ว่า ปัญหาความไม่สงบและผลกระทบหลังโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้ใช้รถสาธารณะในพื้นที่ลดลงกว่าร้อยละ 60–70 ประชาชนจำนวนมากหันไปใช้รถจักรยานยนต์เป็นการเดินทางหลักทั้งในเขตเมืองและข้ามจังหวัด ขอเสนอว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะต้องตอบโจทย์บริบทพื้นที่ เลือกระบบที่เหมาะสม และมีแหล่งงบประมาณที่ยั่งยืนควบคู่กับการเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติ นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญไม่แพ้โครงสร้างและงบประมาณ คือ ทัศนคติของผู้ใช้ หากสังคมยังมองว่ารถสาธารณะเป็นของคนจน ต่อให้ระบบดีเพียงใดก็ไม่อาจทำให้การขนส่งสาธารณะเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ลดความเหลื่อมล้ำงบ เสนอรัฐหนุนระบบรางเมืองหาดใหญ่
ภพภร ทองคณารักษ์ ผู้อำนวยการกองผังเมือง อบจ.สงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้คิกออฟโครงการโมโนเรลหาดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การศึกษาร่วมกับ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี การทำ EIA จนแล้วเสร็จ แต่ติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจาก อบจ.สงขลา มีภารกิจจำนวนมากแต่ขาดแหล่งเงินลงทุนขนาดใหญ่
ภพพร ระบุว่า โครงการโมโนเรลมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท หากให้ อบจ. ดำเนินการเองจะเกิดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ จึงเสนอให้หน่วยงานเจ้าภาพหลักอย่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เข้ามารับช่วงดำเนินการ ซึ่งสามารถใช้ผลการศึกษาที่มีอยู่ต่อยอดได้ทันที และคาดว่าจะเดินหน้าโครงการได้ภายใน 4–5 ปี ถือเป็นข่าวดีของประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่
ขณะเดียวกัน อบจ.สงขลา ได้เดินหน้าผลักดันนโยบายรถโดยสาร EV Bus ควบคู่ระหว่างรอระบบราง โดยย้ำว่าทุกโครงการที่เกิดขึ้นได้เร็ว จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ ลดภาระค่าเดินทาง และบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่ โดยความท้าทายสำคัญของท้องถิ่นคือข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความพร้อมของระบบราชการ และกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน ซึ่งหากผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ การพัฒนาขนส่งสาธารณะก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
เดินหน้า ขนส่งสาธารณะ 22 จังหวัด จับมือ อบจ.ทั่วประเทศ
คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า โครงการขับเคลื่อนขนส่งสาธารณะของสภาผู้บริโภคมีจังหวัดหลัก 12 จังหวัด และในจังหวัดรอง 10 จังหวัด ตั้งเป้าทำงานร่วมกับ อบจ.ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในระดับพื้นที่ ซึ่งภายหลังหารือกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้มีหนังสือสั่งการถึงขนส่งจังหวัดในพื้นที่นำร่อง ให้ร่วมมือกับเครือข่ายผู้บริโภคในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการใช้ระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เป็นเครื่องมือรับเรื่องร้องเรียนและประเมินคุณภาพบริการ
พร้อมกันนี้ สภาผู้บริโภคเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายและระเบียบด้านงบประมาณ เพื่อเปิดทางให้ อปท. สามารถอุดหนุนเอกชน และเสนอแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด” จากภาษีล้อเลื่อน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนงบประมาณอย่างยั่งยืน
คงศักดิ์ ย้ำว่า นโยบายขนส่งสาธารณะเป็นความต้องการของประชาชนในทุกจังหวัด ไม่ควรจำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ โดยสภาผู้บริโภคจะเดินหน้าผลักดันร่วมกับพรรคการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม
จากนั้นในช่วงบ่าย คณะตัวแทน อบจ. จากพื้นที่ภาคใต้ และเครือข่ายผู้บริโภค ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการรถโดยสาร EV Bus ของ อบจ.ภูเก็ต เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดบริการขนส่งสาธารณะในระดับท้องถิ่น ขณะที่ในวันที่ 21 ม.ค. เป็นการประชุมระดมความคิดเห็นและแบ่งกลุ่มวางแผนร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของแต่ละจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



