Ribbon

จี้รัฐคุม ราคาสินค้า หวั่นน้ำมันดันค่าครองชีพพุ่ง

Getting your Trinity Audio player ready...

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากความตึงเครียดและสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคหวั่น ผู้ประกอบการอ้างผลกระทบต้นทุนปรับราคาสินค้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งกำกับดูแลต้นทุนและโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงติดตามการปรับราคาสินค้า 50 รายการอย่างใกล้ชิดในช่วง 1 – 3 เดือนข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตราคาพลังงานลุกลามเป็นวิกฤตค่าครองชีพของประชาชน

จี้รัฐดูแลสินค้า หวั่นขึ้นราคาเร็ว กระทบประชาชน : สารี อ๋องสมหวัง

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการจะอ้างเรื่องต้นทุนราคาน้ำมัน ขนส่ง มาปรับขึ้นราคาสินค้า ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคคาดว่า หากราคาพลังงานยังคงมีความผันผวน ผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอาจเริ่มเห็นชัดในช่วง 1–3 เดือนข้างหน้า จึงจำเป็นต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงเกินความจำเป็น สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงปรับราคา ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป สินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง และค่าโดยสาร เนื่องจากเกี่ยวข้องกับต้นทุนพลังงานและการขนส่งโดยตรง

สารี เสนอว่า ภาครัฐควรเข้ามากำกับดูแลสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า โดยควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่

  1. การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใส ปัจจุบัน โครงสร้างราคาน้ำมัน ประกอบด้วยค่าการตลาดประมาณ 1.5 – 2 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าการกลั่น ต้นทุนขนส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีภาระติดลบกว่า 132,671 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่อยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมัน และเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค นอกจากนี้ควรเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
  2. การตรวจสอบต้นทุนการขนส่งและกำกับดูแลการปรับราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมจากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 50 รายการ

“หากไม่มีกลไกกำกับดูแลที่เพียงพอ วิกฤตราคาพลังงานอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพของประชาชนได้ในเวลาไม่นาน” สารี กล่าว

ทั้งนี้ บทเรียนบทเรียนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามรัสเซีย – ยูเครนเมื่อปี 2565 พบว่า การปรับตัวของราคาสินค้า กลุ่มราคาน้ำมันขายปลีกจะปรับขึ้นแทบจะทันทีภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ขณะที่ต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์จะเริ่มส่งผลในช่วงประมาณ 1 – 3 เดือน หลังจากนั้นอีก 3 – 6 เดือน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจึงทยอยปรับเพิ่มตาม

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าในตลาดมักปรับขึ้นได้รวดเร็ว แต่ปรับลดลงช้า แม้ว่าต้นทุนพลังงานจะลดลงแล้วก็ตาม โดยต้นทุนพลังงานโดยเฉลี่ยมีผลต่อราคาสินค้าอยู่ที่ประมาณ 5 – 15% แต่ในบางกลุ่ม เช่น ธุรกิจขนส่ง อาหารแช่เย็น หรือวัสดุก่อสร้าง อาจมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 20 – 30% ขณะที่ในปี 2565 พบว่าการปรับขึ้นของราคาสินค้าหลายรายการสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

“สิ่งที่ผู้บริโภคกังวลไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่คือการที่ราคาสินค้าปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ต้นทุนควรจะเป็น และมักปรับลดลงช้ากว่าความเป็นจริง” สารี กล่าว

สำหรับผู้บริโภค สภาผู้บริโภคแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร เปรียบเทียบราคาสินค้า และเลือกซื้อสินค้าที่มีความเหมาะสมกับราคา รวมถึงใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมทั้งร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบการปรับราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนไปที่กรมการค้าภายใน โทร 1569 (จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 16.30 น.) หรือติดต่อผ่านไลน์ออฟิเชียล @MR.dit


‘รสนา’ กระทุ้งรัฐ กำกับค่าการกลั่น แก้โครงสร้างพลังงาน

จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร

“ศุภจี” ยันคุมราคาสินค้า 59 รายการ ห้ามขึ้นราคาสต็อกเก่า เตือนฝ่าฝืนเจอโทษหนัก วอนประชาชนอย่ากักตุน