| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค หารือ “บิ๊กแจ๊ส” นายก อบจ. ปทุมฯ ยกระดับขนส่งในจังหวัดปทุมธานี สนับสนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ รถเมล์ไฟฟ้า เชื่อมต่อระบบราง
วันที่ 21 เมษายน 2569 สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมทีมงานด้านขนส่งสาธารณะ หน่วยประสานงานและกลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดปทุมธานี สภาผู้บริโภค รวมทั้งสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เข้าหารือกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและระบบเชื่อมต่อ (ฟีดเดอร์) ในพื้นที่ รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบราง
เร่งพัฒนาขนส่ง “ช่วงรอระบบราง” เพิ่มทางเลือกประชาชน

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคสนับสนุนการพัฒนาระบบราง แต่ในช่วงที่โครงการยังไม่แล้วเสร็จ จำเป็นต้องมีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางของประชาชน
“เราสนับสนุนระบบราง แต่ระหว่างที่รอโมโนเรล สิ่งสำคัญคือจะมีระบบอะไรช่วยประชาชนได้ก่อน ซึ่งสามารถทำได้หลายโมเดล ทั้งการสนับสนุนผู้ให้บริการเดิม หรือจัดระบบใหม่เพื่อเชื่อมต่อระบบรางในอนาคต”
ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อกฎหมายพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย พร้อมเสนอให้ยกระดับคุณภาพบริการ ทั้งด้านราคา ความปลอดภัย และความตรงเวลา รวมถึงการจัดเส้นทางเชื่อมต่อระบบรางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางความร่วมมือกับผู้ประกอบการเดิม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุล
“สภาผู้บริโภคไม่ได้อยากทำให้คนทำธุรกิจเดิมล้มหายตายจาก แต่ว่าเขาจะมาร่วมกับเราอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐอย่างไร หากมีการสนับสนุน เช่น การใช้ รถเมล์ไฟฟ้า แล้วให้เอกชนเข้ามารับจ้างเดินรถ ก็จะช่วยให้มีรายได้มั่นคง และประชาชนได้ใช้บริการที่มีคุณภาพ” สารี กล่าว
เปิดโมเดลท้องถิ่น ดัน ‘รถเมล์ไฟฟ้า’ ทางเลือกใหม่

ด้าน อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า หลายจังหวัดได้เริ่มพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยใช้กลไกท้องถิ่น และสามารถเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ได้ โดยที่ผ่านมาสภาผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ในหลายจังหวัด เช่น ภูเก็ต กาญจนบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น โดยบางพื้นที่มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยตรง
สำหรับแนวทางดำเนินการ นายอดิศักดิ์ ให้ข้อมูลว่าการดำเนินการเรื่องรถ EV ของ อบจ. ในจังหวัดอื่น ๆ มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การทดลองเดินรถ การจัดซื้อรถโดยสารโดย อบจ. และจ้างเอกชนเดินรถ ไปจนถึงการจ้างระยะยาว ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมายในการบริหารจัดการขนส่ง และสามารถนำรายได้จากภาษีรถยนต์มาพัฒนาบริการสาธารณะได้
“อบจ.มีอำนาจด้านการขนส่ง และมีรายได้จากภาษีรถยนต์ ซึ่งควรนำมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน” อดิศักดิ์ กล่าว
อบจ. ปทุมธานี เห็นพ้อง เดินหน้า รถเมล์ไฟฟ้า

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางการใช้รถเมล์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสัญญาสัมปทานเดิม
“การทำเรื่องนี้ต้องคุยกับผู้ประกอบการ และพยายามทำให้เป็นความร่วมมือแบบพาร์ทเนอร์ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หากชวนผู้ประกอบการเดิมมาเป็นผู้เดินรถ เขาจะมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น ขณะเดียวกัน อบจ. ก็สามารถยกระดับบริการให้ประชาชนได้” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ อบจ.ปทุมธานีเตรียมนัดหารือร่วมกับผู้ประกอบการ โดยจะชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสภาผู้บริโภคร่วมหารือด้วย เพื่อเร่งผลักดันเรื่องขนส่งสาธารณะต่อไป


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง
หารือ นายกสมาคม อบจ. ดัน กองทุนขนส่งจังหวัด พลิกโฉมการเดินทางท้องถิ่น



