
สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยื่นสภาผู้บริโภค เร่งรัดภาครัฐบังคับใช้กฎหมายรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน หลังพบว่ายังไม่มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงชีวิต สภาผู้บริโภคเร่งประสานงาน
วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่สภาผู้บริโภค สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ เข้าร้องเรียนกรณีแพลตฟอร์มเรียกรถไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภายหลังประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้มี รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายขาวตัวหนังสือสีดำ) วิ่งให้บริการจำนวนมาก เสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือต่อสภาผู้บริโภค ขอให้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทแพลตฟอร์มอย่างเร่งด่วน ด้านสภาผู้บริโภค พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
นายสันติ ปฏิภาณรัตน์ นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ กล่าวว่า แม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังคงพบรถผิดกฎหมายวิ่งให้บริการตามปกติ และไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ขับขี่จักรยานยนต์ (ไรเดอร์) ของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันขนส่งแต่ละราย ได้รับใบอนุญาตและสวมใส่เครื่องแบบถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่
ทั้งนี้ การปล่อยให้รถผิดกฎหมายวิ่งให้บริการ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย่างกรณีที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งผู้โดยสารต้องกระโดดลงกลางถนนเนื่องจากไรเดอร์ขับรถเลยบ้าน และกรณีไรเดอร์ ขับรถโดยประมาทจนเกิดอุบัติร้ายแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้บริโภคที่ใช้บริการอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เนื่องจากข้อมูลคนขับหรือรถไม่ตรงกับในระบบ
ในปี 2568 ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้รวบรวมหลักฐานจากสมาชิกวินจักรยานยนต์ ที่ถ่ายภาพรถที่ให้บริการแบบผิดกฎหมายและได้ส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตรวจสอบแล้วกว่า 10,000 กรณี และระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 29 เมษายน 2569 พบปัญหาเพิ่มอีกประมาณ 2,000 กรณี แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติมจากหน่วยงานที่กำกับดูแลในเรื่องนี้
“การเข้ายื่นหนังสือต่อสภาผู้บริโภคในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเร่งรัดให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยรถที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์มต้องเป็นรถที่ถูกกฎหมายเท่านั้น” นายสันติ กล่าว
ทางด้านนายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับสมาคมฯ สภาผู้บริโภคจะเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่กำกับดูแลแพลตฟอร์มผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อหารือแนวทางให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันจะเสนอมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ที่แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และไม่สามารถอ้างว่าเป็นเพียงตัวกลางได้ เนื่องจากเป็นทั้งผู้กำหนดเงื่อนไขและราคาของการให้บริการ รวมถึงควรมีระบบการยืนยันตัวตนด้วยการลงทะเบียนของทั้งแพลตฟอร์มและภาครัฐ
“สภาผู้บริโภคจะใช้บทบาทขององค์กรในการเป็นกระบอกเสียงแทนผู้บริโภคที่ได้รับความเสี่ยงจากการใช้บริการที่ไม่ปลอดภัย และสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายโสภณ กล่าว



