| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคหารือ อบจ.นนทบุรี ดันระบบ “ฟีดเดอร์” เชื่อมรถไฟฟ้า อบจ.นนท์ นำร่อง 3 เส้นทาง วิ่งฟรี 6 เดือน หวังลดค่าเดินทางประชาชนช่วงน้ำมันแพง
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมทีมงานด้านขนส่งสาธารณะ และผู้แทนจากศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดนนทบุรี สภาผู้บริโภค เข้าหารือกับ พ.ต.อ. ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เกี่ยวกับแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและระบบเชื่อมต่อ (ฟีดเดอร์) ในพื้นที่ เตรียมหารือผู้เกี่ยวข้อง นำร่อง 3 เส้นทาง ทดลองใช้ฟรี 6 เดือน ลดภาระค่าเดินทางให้ประชาชน

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีโครงข่ายรถไฟฟ้าหลายสาย แต่ประชาชนจำนวนมากยังเข้าถึงสถานีได้ยาก จึงเสนอให้พัฒนาระบบรถฟีดเดอร์ในระดับชุมชน เพื่อเชื่อมคนจากหมู่บ้านและซอยต่าง ๆ เข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า โดยมองว่าช่วงที่ราคาน้ำมันแพง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการจูงใจให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น
“แนวคิดนี้ไม่ได้ต้องการทำรถเมล์สายยาว แต่เป็นระบบเชื่อมต่อสายสั้น ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงระบบรถไฟฟ้าได้สะดวกขึ้น เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน” สารีกล่าว

ด้าน อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนนโยบาย สภาผู้บริโภค ยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของหลายจังหวัด เพื่อสะท้อนรูปแบบการบริหารจัดการและการลงทุนที่ อบจ. สามารถดำเนินการได้ โดยระบุว่า ปัจจุบันมีอย่างน้อย 2 รูปแบบหลักที่หลายจังหวัดนำมาใช้
รูปแบบแรก คือ โมเดลของ อบจ.ภูเก็ต ที่ลงทุนซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและสถานีชาร์จเอง ก่อนว่าจ้างเอกชนเข้ามาเดินรถและบริหารจัดการบริการ อีกรูปแบบหนึ่ง คือ โมเดลของ อบจ.กาญจนบุรี ซึ่งใช้วิธีจ้างเอกชนจัดหารถเพื่อให้บริการเดินรถระยะยาว ทำให้ อบจ.ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อรถเอง แต่ยังสามารถกำกับคุณภาพการให้บริการได้
อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการขนส่งสาธารณะ อบจ. สามารถขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทางจากสำนักงานขนส่งจังหวัดได้โดยตรง ซึ่งหลายจังหวัดได้เริ่มดำเนินการแล้ว แม้ในช่วงแรกบางเส้นทางอาจยังไม่มีกำไร แต่หลายพื้นที่มองว่าหากขาดทุนในระดับที่บริหารจัดการได้ ก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาระบบฟีดเดอร์ในเมือง คือการประเมินความต้องการใช้งานจริง ความเหมาะสมของเส้นทาง ระยะเวลาการเดินรถ รวมถึงข้อจำกัดด้านกายภาพ เช่น ขนาดถนนและวงเลี้ยวของรถโดยสาร โดยหลายจังหวัดเลือกใช้วิธีทดลองเดินรถในระยะสั้นก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานจริงและประเมินความคุ้มค่าก่อนลงทุนเต็มรูปแบบ

ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ. นนทบุรี กล่าวว่า อบจ.นนทบุรี มีแนวคิดนำรถสองแถวติดเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่แล้วมาทดลองให้บริการในเส้นทางนำร่องที่มีประชากรจำนวนมาก ได้แก่ ไทรม้า ท่าอิฐ วัดบัวขวัญ โดยอาจทดลองวิ่งฟรีเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อประเมินความต้องการใช้งานจริง ความถี่ในการเดินรถ และความเหมาะสมของอัตราค่าโดยสารในอนาคต โดยคาดว่าจะเริ่มในเส้นทาง ท่าอิฐ และไทรม้า ได้ก่อน
อย่างไรก็ตาม การออกแบบระบบขนส่งที่เหมาะกับสภาพเมืองและพฤติกรรมของคนไทยก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง โดยเฉพาะข้อจำกัดเรื่องสภาพอากาศร้อนและทางเท้าที่ไม่เอื้อต่อการเดิน ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สะดวกเดินจากบ้านมายังจุดขึ้นรถสาธารณะ
“ก่อนทำเรื่องนี้ เราต้องประสานความร่วมมือกับนิติบุคคลหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อจัดระบบรถกอล์ฟหรือรถรับส่งภายในหมู่บ้าน เชื่อมการเดินทางของประชาชนออกมายังจุดจอดรถฟีดเดอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้จริง” พัน.ต.อ.ธงชัย ระบุ
พ.ต.อ.ธงชัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เดิมสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรีเคยเสนอเส้นทางสำหรับทำเรื่องรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็กจำนวน 8 เส้นทาง แต่เป็นเส้นทางที่ยังไม่ตอบโจทย์พื้นที่นนทบุรี เนื่องจากมีระยะทางยาวเกินไปและอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หากนำโมเดลของจังหวัดอื่นมาปรับใช้ก็อาจจะยังไม่เหมาะสม เนื่องจากนนทบุรีเป็นจังหวัดปริมณฑลใกล้กรุงเทพฯ ประชาชนส่วนใหญ่มีรถยนต์ส่วนตัว และมีพฤติกรรมการเดินทางแตกต่างจากอีกหลายจังหวัด
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธงชัยได้แสดงความกังวลเรื่องการลงทุนโดยภาครัฐ หากดำเนินการแล้วไม่มีผู้ใช้บริการเพียงพอ อาจถูกตรวจสอบด้านความคุ้มค่าจากหน่วยงานตรวจสอบของภาครัฐ จึงเห็นว่ารูปแบบที่เหมาะสมควรเปิดให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน ขณะที่ อบจ.ทำหน้าที่สนับสนุนและกำกับคุณภาพบริการ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องผู้ประกอบการขนส่งรายเดิม ทั้งรถโดยสารและรถจักยานยนต์รับจ้างที่ต้องหารือเพื่อไม่ให้กระทบผลประโยชน์และป้องกันโอกาสในการเกิดความขัดแย้งด้วย


สำหรับภาพรวมในที่ประชุม ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ระบบฟีดเดอร์ในอนาคตควรเชื่อมต่อกับระบบ “ตั๋วร่วม” เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตรโดยสารใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสายได้สะดวกขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “เชื่อมคนจากในหมู่บ้านและซอยต่าง ๆ ไปขึ้นรถไฟฟ้า” และลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอเรื่องการออกแบบบริการให้รองรับผู้สูงอายุและคนพิการ เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะใหม่เข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
หลังจากนี้ จะมีการจัดประชุมร่วมระหว่าง อบจ.นนทบุรี ขนส่งจังหวัด ผู้ประกอบการ นิติบุคคลหมู่บ้าน ตัวแทนวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และสภาผู้บริโภค เพื่อร่วมกันออกแบบเส้นทางและรูปแบบบริการที่เหมาะสม ก่อนเริ่มทดลองเดินรถในพื้นที่นำร่องต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ยื่น อบจ. 32 จังหวัด ดันขนส่งสาธารณะท้องถิ่น รับวิกฤตน้ำมันแพง



