| Getting your Trinity Audio player ready... |

ธนาคารลอยด์สของอังกฤษ ระบุว่า 2 ใน 3 คดีฉ้อโกงที่เกิดกับลูกค้า มีจุดเริ่มต้นจาก เฟซบุ๊ก โดยมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น 25% ภายใน 1 ปี ขณะที่สำนักงานกฎหมายเตรียมฟ้องคดีกลุ่มเรียกค่าเสียหายมากกว่าพันล้านปอนด์
ขณะที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องเฟซบุ๊ก แพลตฟอร์ม และธนาคารที่เกี่ยวข้องในวงจรการหลอกลวงผู้บริโภค 10 ราย จนสร้างความเสียหายมากกว่า 230 ล้านบาท ในประเทศอังกฤษ ความเสียหายจากการหลอกลวงบนเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ดิ อินดิเพนเดนท์ (The Independent) สื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ชื่อดัง อ้างรายงานของธนาคารลอยด์ส (Lloyds) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษที่พบว่า 2 ใน 3 ของคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้นกับลูกค้าของธนาคารนั้น มีจุดเริ่มต้นจาก เฟซบุ๊ก โดยมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น 25% ภายในปีเดียว ขณะที่สำนักงานกฎหมายเอกชนเตรียมฟ้องคดีกลุ่มให้กับผู้เสียหาย
ลิซ ซีกเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายป้องกันการฉ้อโกงของธนาคารลอยด์ส ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์ว่า 68% หรือ 2 ใน 3 ของรายงานการฉ้อโกงจากลูกค้าของธนาคารเริ่มต้นจากแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กของบริษัทเมตา (Meta) โดยการฉ้อโกงที่พบบ่อย ได้แก่ การปลอมแปลงตั๋ว โดยเฉพาะตั๋วคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก รวมถึงการซื้อสินค้าและบริการอื่น ๆ เช่น การจัดงานแต่งงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า จำนวนเงินที่ลูกค้าเรียกร้องขอคืนจากการฉ้อโกงนั้นเพิ่มขึ้น โดยมูลค่าเฉลี่ยที่ยื่นต่อธนาคารขณะนี้สูงกว่า 500 ปอนด์ เพิ่มขึ้น 100 ปอนด์จากปีที่แล้ว หรือประมาณ 25% โดยเหยื่อส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20 – 30 ปี ซึ่งถูกหลอกทั้งบน เฟซบุ๊ก อินสตราแกม (Instagram) และวอทช์แอป (WhatsApp)
สถานการณ์หลอกลวงบนเฟซบุ๊กสร้างความสูญเสียให้กับคนอังกฤษอย่างมาก โดยเหยื่อการฉ้อโกงจำนวนมากต้องจบชีวิตหลังจากถูกหลอกลวงจากโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ทำให้สำนักงานกฎหมาย Richardson Hartley Law และ Humphries Kerstetter ออกมาประกาศว่า พวกเขากำลังยื่นฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม เพื่อเรียกร้องความเสียหายหลายพันล้านปอนด์ให้กับเหยื่อการหลอกลวงที่สูญเสียเงินหลังจากเห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊ก และอินสตราแกม
ทุกปี ผู้บริโภคชาวอังกฤษหลายหมื่นคนถูกหลอกลวงให้สูญเสียเงินออมหลังจากตอบรับโฆษณาหลอกลวงบนเฟซบุ๊ก และอินสตราแกม ที่โปรโมตโครงการลงทุนปลอม การฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัล และผลิตภัณฑ์ทางการเงินปลอม โดยมีผู้มาลงทะเบียนกับสำนักงานกฎหมายหลายร้อยรายเพื่อเข้าร่วมการเรียกร้องค่าเสียหาย โดยพบว่าความสูญเสียโดยเฉลี่ยต่อผู้เสียหายอยู่ที่ประมาณ 37,000 ปอนด์
คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ได้ทำการสืบสวนเชิงลึกโดยใช้เอกสารภายในของเมตาเอง ซึ่งอ้างว่าบริษัทได้รับผลประโยชน์โดยเจตนาจากโฆษณาหลอกลวง รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า หากเมตา สงสัยว่าโฆษณาใดเป็นการหลอกลวง บริษัทจะเรียกเก็บเงินจากผู้ฉ้อโกงมากขึ้น และจะลบโฆษณาที่ผิดกฎหมายออกก็ต่อเมื่อมั่นใจ 95% ว่าเป็นการหลอกลวงเท่านั้น
การฟ้องร้องเฟซบุ๊กในอังกฤษ สะท้อนปัญหาการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงระบบที่เกิดขึ้นทั่วโลก จนมีการดำเนินคดีแบบกลุ่มเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ขณะที่ในประเทศไทย สภาผู้บริโภคได้เดินหน้าฟ้องร้องเฟซบุ๊กและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายและผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวง
ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกผ่านโฆษณาหรือบัญชีบนเฟซบุ๊ก สามารถแจ้งข้อมูลต่อสภาผู้บริโภค เพื่อร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมและสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง
Two thirds of our customers’ fraud cases start on Meta, Lloyds says
ฟ้องเฟซบุ๊ก! และแพลตฟอร์มอื่น-แอป-ธนาคาร ทวงคืนความเสียหายกลุ่มแรก 230 ล้าน



