Ribbon

ผ่านฉลุย! เลมอน ลอว์ ซื้อของใหม่ แต่พังเร็วซ่อม เปลี่ยน คืนเงินได้

ผ่านฉลุย! เลมอน ลอว์ ซื้อของใหม่ แต่พังเร็วซ่อม เปลี่ยน คืนเงินได้

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สภาผู้บริโภค นำโดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมคณะทำงานร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือ ร่างเลมอน ลอว์ (Lemon Law) ฉบับประชาชน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งที่ผ่านมาสภาผู้บริโภคร่วมกับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 21,111 รายชื่อ ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตั้งแต่ปี 2567

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่องเป็นปัญหาที่ผู้บริโภคไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกรณีซื้อสินค้าใหม่แต่กลับใช้งานไม่ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือสินค้าเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดปัญหาซ้ำซาก ต้องนำเข้าซ่อมหลายครั้ง แต่กลับไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และแบกรับความเครียดจากการติดตามทวงถามหรือดำเนินคดีด้วยตนเอง

“ปัจจุบันสินค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบข้อบกพร่องภายในได้ตั้งแต่วันรับมอบสินค้า ขณะที่กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ขายต้องรับผิดชอบอย่างไร ซ่อมได้กี่ครั้ง ต้องซ่อมให้เสร็จเมื่อใด หรือในกรณีใดที่ผู้บริโภคควรได้รับการเปลี่ยนสินค้า หรือคืนเงิน” นางสาวสารี กล่าว

สำหรับหลักการสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ “ซื้อของใหม่ ต้องได้ของที่ใช้ได้จริง” โดยกำหนดให้สิทธิของผู้บริโภคเป็นสิทธิขั้นต่ำที่ไม่สามารถลดทอนได้ เว้นแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากกว่า พร้อมกำหนดให้ใบรับประกันต้องมีความชัดเจน ระบุผู้รับผิดชอบ ขอบเขต และระยะเวลาการรับประกันอย่างครบถ้วน

ร่างกฎหมายกำหนดสิทธิของผู้บริโภคไว้ 5 ประการ เมื่อพบว่าสินค้าชำรุดบกพร่อง ได้แก่

  1. สิทธิได้รับการซ่อมแซมสินค้า โดยผู้ขายต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่ยืดเยื้อ
  2. สิทธิเปลี่ยนสินค้าใหม่ หากซ่อมไม่สำเร็จ ซ่อมไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด หรือปัญหายังคงเกิดขึ้นซ้ำ
  3. สิทธิขอลดราคาสินค้า ในกรณีที่ผู้บริโภคยินยอมรับสินค้าที่มีข้อบกพร่องไว้ใช้งาน
  4. สิทธิบอกเลิกสัญญาและขอคืนเงิน หากการซ่อมหรือการเปลี่ยนสินค้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
  5. สิทธิปฏิเสธการชำระค่างวด ในกรณีเช่าซื้อหรือผ่อนชำระสินค้าที่ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อให้ผู้ให้เช่าซื้อเข้ามามีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ การใช้สิทธิจะเริ่มจากการซ่อมแซมก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขายแก้ไขปัญหา แต่หากการซ่อมไม่เป็นผล ผู้บริโภคจึงสามารถใช้สิทธิในมาตรการอื่น ๆ ต่อไปได้

นางสาวสารีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในบางกรณี ร่างกฎหมายยังเปิดช่องให้ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระค่างวดได้ เพื่อให้ผู้ขาย ผู้ให้เช่าซื้อ และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาและรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ผลักภาระทั้งหมดให้ผู้บริโภคต้องรับเพียงฝ่ายเดียว

“ดิฉันขอย้ำว่า ร่างกฎหมายเลมอน ลอว์ฉบับภาคประชาชน ไม่ได้เป็นการสร้างภาระเกินสมควรให้ผู้ประกอบการ แต่เป็นการสร้างกติกาที่ชัดเจนและเป็นธรรม ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าที่ดี มีระบบบริการหลังการขายที่ดี จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ เพราะเมื่อมีกติกาชัดเจน ข้อพิพาทจะลดลง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น และตลาดโดยรวมจะมีมาตรฐานสูงขึ้น สินค้าไทยก็จะได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น” นางสาวสารี กล่าว

กฎหมายฉบับนี้จะช่วยยกระดับศักดิ์ศรีของผู้บริโภค ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ในการต่อสู้คดี ไม่ต้องร้องเรียนซ้ำหลายครั้ง ไม่ต้องรอให้เรื่องดังในสื่อจึงจะได้รับการแก้ไข

“ผู้บริโภคไม่ควรต้องทุบรถประจาน ไม่ควรต้องโพสต์เพื่อเรียกร้องความสนใจ และไม่ควรต้องฟ้องศาลเพียงเพื่อให้ได้สิทธิพื้นฐานที่ควรได้รับตั้งแต่แรก” นางสาวสารี ระบุ

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับภาคประชาชนยังมีการกำหนดเรื่องภาระการพิสูจน์ โดยสินค้าทั่วไปหากชำรุดภายใน 6 เดือนหลังส่งมอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นความบกพร่องตั้งแต่ต้น ขณะที่รถยนต์ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสูง จะขยายระยะเวลาเป็น 1 ปี เพื่อช่วยลดภาระของผู้บริโภคในการพิสูจน์ทางเทคนิค

ร่างกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมสินค้าใหม่ทั่วไป สินค้าเทคโนโลยี และยานพาหนะ ยกเว้นสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และบางประเภทที่อาจกำหนดเพิ่มเติมในกฎกระทรวง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ระบบเบรกและแบตเตอรี่รถยนต์

สภาผู้บริโภคเห็นว่ากฎหมายเลมอน ลอว์ จะช่วยลดข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ และสร้างระบบคุ้มครองที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องเผชิญปัญหาแบบไร้ทางออกอีกต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีสินค้าชำรุดบกพร่อง หรือ “เลมอน ลอว์” ทั้ง 6 ร่าง โดยกำหนดให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง เป็นร่างหลักในการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีข้อสังเกตและข้อเสนอให้พิจารณาเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ อาทิ การกำหนดบทลงโทษให้มีความเหมาะสม และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในเรื่องความพึงพอใจในสินค้า เพื่อให้กฎหมายมีความชัดเจน ครอบคลุม และสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรับหลักการในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันกฎหมายเลมอน ลอว์ ในประเทศไทย หลังจากปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่องสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เพื่อปรับปรุงรายละเอียดก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาในลำดับต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง