| Getting your Trinity Audio player ready... |

ติดโซลาร์ แล้วอยากขายไฟคืนการไฟฟ้า? ชวนดูรายละเอียด 5 ขั้นตอนยื่นคำขอ เอกสารที่ต้องใช้ และใครมีสิทธิ์ ขายไฟฟ้า ได้บ้าง
การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านไม่ได้ช่วยลดค่าไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้าได้อีกด้วย โดยปัจจุบันการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเริ่มขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด รวมถึงตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของโครงการหรือไม่
ใครมีสิทธิ ‘ขายไฟฟ้า’ จากโซลาร์บ้าง?
โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เปิดรับเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1) เท่านั้น และผู้ที่ยื่นคำขอจะต้องเป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้า ควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ เพื่อให้สามารถยื่นคำขอและทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อย่าลืมแจ้งติดตั้งโซลาร์เซลล์กับหน่วยงานท้องถิ่น
อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม คือ การแจ้งการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ต่อหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ก่อนยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบและขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้า
สาเหตุที่ต้องแจ้ง เนื่องจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารอาจเข้าข่ายการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้พิจารณาว่าการติดตั้งดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ และในบางกรณีอาจต้องมีการรับรองความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารก่อนดำเนินการ
โดยทั่วไป เจ้าของบ้านจะต้องยื่นเอกสารประกอบการแจ้งติดตั้ง เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือที่ดิน แบบแปลนหรือแผนผังการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และเอกสารรับรองความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารจากวิศวกร หากหน่วยงานท้องถิ่นกำหนด ทั้งนี้ เอกสารที่ใช้และขั้นตอนการพิจารณาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ จึงควรสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ที่รับผิดชอบพื้นที่ก่อนยื่นคำขอ
เมื่อหน่วยงานท้องถิ่นรับแจ้งเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านสามารถนำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปใช้ประกอบการยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบต่อไป
อยาก ‘ขายไฟฟ้า’ ต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนที่ 1 ลงทะเบียนยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์
เมื่อเตรียมเอกสารและดำเนินการแจ้งการติดตั้งกับหน่วยงานท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนแรกของการขอขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าคือการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ โดยผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถยื่นคำขอผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถยื่นผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
หลังจากลงทะเบียน ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน แบบแผนผังระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) และเอกสารรับรอง Inverter จากผู้ผลิต เพื่อใช้ยืนยันว่าระบบผลิตไฟฟ้ามีมาตรฐานและพร้อมเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า
ขั้นตอนที่ 3 รอการตรวจสอบจากการไฟฟ้า
เมื่อส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงประเมินความพร้อมของระบบไฟฟ้าในการเชื่อมต่อ หากผ่านการพิจารณา ผู้ยื่นคำขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ และค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าในกรณีที่จำเป็น
ขั้นตอนที่ 4 ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า โดยปัจจุบันโครงการรับซื้อไฟฟ้าภาคประชาชนกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าที่ 2.20 บาทต่อหน่วย สำหรับระบบผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าเป็นเวลา 10 ปี
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจหน้างานก่อนเริ่ม ขายไฟฟ้า
หลังจากลงนามในสัญญา เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ ณ สถานที่จริง ทดสอบความปลอดภัยของระบบ และติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bi-Directional Meter) ซึ่งสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าที่รับจากระบบและไฟฟ้าที่ส่งกลับเข้าสู่โครงข่าย เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว เจ้าของบ้านก็สามารถเริ่มขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าได้ทันที
การขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เจ้าของบ้านใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ภายในบ้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ผู้สนใจควรศึกษาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเริ่มขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบได้ตามที่กำหนด
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



