
ผู้ประกันตนรายหนึ่งเกือบเสียสิทธิ ตรวจสุขภาพประกันสังคม หลังโรงพยาบาลแจ้งว่า “ไม่มีข้อบ่งชี้” แต่เพราะเธอไม่ยอมปล่อยผ่าน และยืนยันสิทธิของตัวเอง สุดท้ายจึงได้รับการตรวจครบตามที่ควรได้รับ
หลายคนอาจคิดว่า แค่มีสิทธิประกันสังคม ก็สามารถเดินเข้าไปใช้สิทธิได้เลย แต่ประสบการณ์ของผู้ประกันตนรายนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเธอถูกปฏิเสธการตรวจสุขภาพตามสิทธิที่ควรจะได้รับ ด้วยคำว่า “ไม่มีข้อบ่งชี้”
เธอตั้งใจไปโรงพยาบาลเพื่อใช้สิทธิ “ตรวจสุขภาพประจำปี” ของผู้ประกันตน ตามสิทธิประกันสังคม โดยอายุของเธอเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการตรวจสุขภาพครบทั้ง 14 รายการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล กลับได้รับคำชี้แจงว่า “บางรายการตรวจไม่ได้ เพราะไม่มีข้อบ่งชี้” ทำให้เธอไม่ได้รับการตรวจตามสิทธิที่ควรได้รับ
เธอจึงสอบถามกลับว่า หากอายุเข้าเกณฑ์และเป็นรายการตรวจตามสิทธิของผู้ประกันตน เหตุใดจึงต้องมี “ข้อบ่งชี้” เพิ่มเติม ทั้งที่จุดประสงค์ของการตรวจสุขภาพ คือการคัดกรองและป้องกันโรคตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ ไม่ใช่รอให้ป่วยหรือมีอาการผิดปกติก่อนจึงค่อยตรวจ
ด้วยความมั่นใจในสิทธิของตัวเอง เธอจึงพูดคุยและอธิบายกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พร้อมยืนยันว่าต้องการใช้สิทธิตามเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลและประสานงานเพิ่มเติม ในที่สุดโรงพยาบาลก็ให้เธอเข้ารับการตรวจสุขภาพได้ครบตามรายการที่ควรได้รับ
ถ้าวันนั้นเธอเชื่อคำว่า “ไม่มีข้อบ่งชี้” แล้วเดินกลับบ้าน สิทธิที่เธอควรได้รับอาจหายไปโดยไม่มีใครรู้ เธอจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์นี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนคนอื่น ๆ รู้ว่า “การรักษาสิทธิ เริ่มต้นจากการรู้สิทธิ” และเมื่อมั่นใจว่าสิทธิเป็นของเรา ก็ไม่ควรลังเลที่จะสอบถาม ขอคำอธิบาย และปกป้องสิทธิที่เราควรจะได้รับ
เพราะหลายครั้ง ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับบริการต่าง ๆ ตามกฎหมาย แต่กลับไม่ได้ใช้ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ หรือไม่กล้าพูดเมื่อสิทธิถูกปฏิเสธ
สิทธิประกันสังคมไม่ใช่สวัสดิการที่ได้มาฟรี แต่เกิดจากเงินสมทบที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐร่วมกันจ่าย เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแลเมื่อจำเป็น รวมถึงการตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันโรค
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการตรวจสุขภาพเพียงครั้งเดียว แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า “สิทธิจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อผู้บริโภครู้จักสิทธิของตัวเอง และกล้าที่จะใช้สิทธินั้น” การกล้าถามอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่การสร้างปัญหา แต่เป็นการช่วยปกป้องสิทธิของตัวเอง และอาจทำให้คนอื่นไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกันในอนาคต
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


