Ribbon

เหตุกราดยิง พบ ระบบเตือนภัยช้า ไม่ทั่วถึง ไม่ชัดเจน

เหตุกราดยิง พบ ระบบเตือนภัยช้า ไม่ทั่วถึง ไม่ชัดเจน

จากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความผ่านระบบแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast) ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรหรือเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว แต่การส่งข้อความดังกล่าวยังขาดการเข้าถึงของประชาชน ไม่ชัดเจน  สภาผู้บริโภคแนะพัฒนาระบบเตือนภัยให้เร็วและแม่นยำ ควบคู่กำกับการสื่อสารให้ถูกต้องและไม่ซ้ำเติมความรุนแรง

เหตุกราดยิง พบ ระบบเตือนภัยช้า

สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร เทคโนโลยี และสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ควรต้องมีการทบทวนระบบแจ้งเตือนภัย ทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำของพื้นที่ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และความชัดเจนของข้อความ เพราะหาก ระบบเตือนภัยช้า หรือไม่ตรงพื้นที่ อาจไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร โดยเฉพาะเหตุที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาที่ได้รับข้อความแจ้งเตือน โดยบางรายระบุว่าได้รับข้อความหลังเกิดเหตุไปแล้วระยะหนึ่ง ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรทบทวนขั้นตอนตั้งแต่การยืนยันข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่ การประสานงาน ไปจนถึงการส่งข้อความให้ถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ขณะที่หากพบปัญหาด้านสัญญาณหรือข้อความไม่ถึงประชาชนในบางพื้นที่ กสทช. ควรตรวจสอบหาสาเหตุและวางมาตรการแก้ไข

สำหรับข้อความแจ้งเตือน ควรสั้น กระชับ และระบุข้อมูลสำคัญให้ชัดว่าเกิดเหตุอะไร ที่ไหน และประชาชนควรปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงควรกำหนดวิธีการทำงานและการปฏิบัติสำหรับเหตุแต่ละประเภท ตั้งแต่รูปแบบข้อความ ระดับการแจ้งเตือน การใช้หรือไม่ใช้เสียงเตือน ตลอดจนการอัปเดตและแจ้งยุติสถานการณ์ พร้อมฝึกซ้อมและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ

“ถ้ามีการเตือนจริง แต่ช้าหรือไม่ตรงพื้นที่ ก็จะไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องหมั่นฝึกซ้อมและตรวจสอบระบบ รวมถึงทบทวนว่าเหตุครั้งนี้ติดขัดตรงไหน เพื่อให้ครั้งต่อไปทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้น” นางสาวสุภิญญา กล่าว

ย้ำสื่อ – แพลตฟอร์ม – ผู้ใช้โซเชียล ระวังผลิตซ้ำความรุนแรง

สุภิญญากล่าวอีกว่า การนำเสนอเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ดังนั้น สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เจ้าของเพจ และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องมากกว่าความรวดเร็ว หลีกเลี่ยงภาพผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต อาวุธ หรือเนื้อหาที่ตอกย้ำความรุนแรง รวมถึงไม่ควรรีบสรุปสาเหตุก่อนมีข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องระวังภาพจากเหตุการณ์อื่นหรือภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ควรมีบทบาทเชิงรุกในการติดตามและคัดกรองเนื้อหารุนแรง เนื้อหาที่กระทบสิทธิเด็ก หรือบัญชีที่ใช้ภาพปลอมและข้อมูลชวนเข้าใจผิดเพื่อสร้างยอดการมีส่วนร่วม โดยหากพบการกระทำผิดซ้ำควรมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน

สุภิญญาย้ำว่า ขณะที่ผู้บริโภคเองควรระมัดระวังในการเชื่อและแชร์ข้อมูล ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็มีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนำเสนออย่างรับผิดชอบ เพราะสิทธิในการรับรู้ข้อมูลต้องมาคู่กับความถูกต้อง จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่นและสังคมโดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง