
1 เดือน ยกเลิกคอนเสิร์ต และเลื่อนคอนเสิร์ตต่างประเทศในไทย อย่างน้อย 3 งาน ขณะที่ผู้บริโภคอาจได้คืนแค่ค่าบัตร แต่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียม ค่าที่พัก และค่าเดินทาง สภาผู้บริโภคจี้รัฐกำหนดมาตรฐานเยียวยา
งานไม่ได้จัด แต่ค่าธรรมเนียมออกบัตร ค่าจัดส่ง ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าที่พักที่จองไว้ล่วงหน้า ไม่ได้กลับมาพร้อมกับค่าบัตร นี่คือปัญหาที่ผู้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญเมื่องานถูกยกเลิก และในเดือนสิงหาคม 2569 นี้มีผู้บริโภคที่ต้องเจอสถานการณ์ในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก เนื่องจากไลฟ์เนชั่น เทโร (Live Nation Tero) ผู้จัดคอนเสิร์ตได้ประกาศยกเลิกและเลื่อนคอนเสิร์ตที่จำหน่ายบัตรในไทยถึง 3 งาน เริ่มจากเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต LEEHI & 808 HI RECORDINGS WORLD TOUR 2026 IN BANGKOK ที่มีกำหนดจัดวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ Sphere Hall เอ็มสเฟียร์
ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ออกประกาศยกเลิกการแสดง Fujii Kaze “Prema World Tour in Bangkok” ที่มีกำหนดจัดวันที่ 26 ธันวาคม 2569 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) โดยระบุว่าเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ประกาศเลื่อนการแสดง “Post Malone Presents The BIG ASS Stadium World Tour” ที่มีกำหนดจัดวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ออกไปแบบไม่มีกำหนด โดยไม่ระบุสาเหตุ
ทั้งสามงานเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ขณะที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้จัดรายเดียวกันประกาศทัวร์ใหม่ “Bruno Mars The Romantic Tour” วันที่ 24 – 25 เมษายน 2570 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เปิดจำหน่ายบัตรรอบพรีเซลวันที่ 11 กันยายน 2569 และรอบทั่วไปวันที่ 14 กันยายน 2569
ทั้งนี้ กรณีคอนเสิร์ต LEEHI, Fujii Kaze และ Post Malone ผู้จัดงานได้ประกาศแนวทางคืนเงินพร้อมกับการแจ้งยกเลิกและเลื่อน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ควรเป็นมาตรฐาน แต่จากเรื่องร้องเรียนที่สภาผู้บริโภครับมาต่อเนื่อง การประกาศคืนเงินไม่ได้แปลว่าปัญหาของผู้บริโภคจบลง
คืนเงินแล้ว แต่ไม่ครบทุกบาท
ประกาศของผู้จัดงานระบุแนวทางคืน “ค่าบัตร” ผ่านช่องทางเดิม แต่เงินที่ผู้บริโภคจ่ายในวันซื้อบัตรไม่ได้มีเพียงค่าบัตร
เมื่อตรวจสอบเงื่อนไขการใช้บริการบนเว็บไซต์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ หัวข้อกรณีการแสดงถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด พบว่า สิ่งที่ผู้บริโภคได้คืนมีเพียงค่าบัตร ส่วนค่าธรรมเนียมที่จ่ายควบไปกับค่าบัตรในวันซื้อจะไม่ได้คืน ทั้งค่าบริการออกบัตร ค่าจัดส่ง และค่าธรรมเนียมการชำระเงิน โดยรายการที่ไม่คืนแตกต่างกันเล็กน้อยตามช่องทางที่ใช้จ่ายเงิน
เว็บไซต์ดังกล่าวระบุอัตราไว้ว่า ค่าบริการออกบัตรอยู่ที่ 30 บาทต่อบัตรหนึ่งใบ ซึ่งเก็บทุกช่องทางการซื้อ ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ 65 บาท และค่าจัดส่งโดยพนักงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 150 บาท ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะไม่ถูกคืนให้ผู้บริโภค แม้การแสดงจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ตาม โดยเงื่อนไขบนเว็บไซต์ยังระบุด้วยว่า บริษัทไม่มีความรับผิดชอบต่อการที่ผู้ซื้อไม่ได้เข้าชมการแสดง ซึ่งรวมถึงกรณีการเลื่อนและการยกเลิก โดยหากผู้ซื้อต้องการคืนบัตร ถือว่ายอมรับที่จะเสียค่าธรรมเนียมบางส่วนตามที่บริษัทกำหนด
สุรกิจ สิงหะพล รองหัวหน้าฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมเหล่านี้คือต้นทุนที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อให้ได้เข้าชมการแสดง เมื่อการแสดงไม่ได้เกิดขึ้นด้วยเหตุที่ผู้บริโภคไม่ได้ก่อ การให้ผู้บริโภคแบกไว้ฝ่ายเดียวจึงเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามว่าเป็นข้อสัญญาที่เป็นธรรมหรือไม่ ขณะเดียวกัน เงื่อนไขดังกล่าวยังระบุว่าค่าธรรมเนียมการชำระเงินในแต่ละช่องทางเป็นค่าบริการของผู้รับชำระเงิน ซึ่งบริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบ
“ไม่ว่าค่าธรรมเนียมจะตกเป็นรายได้ของใคร คนที่จ่ายเงินก้อนนั้นออกไปคือผู้บริโภค และเมื่องานไม่เกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาไม่ควรเป็นคนสุดท้ายที่ต้องแบกไว้ สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ทันทีคือแจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้นว่ายอดที่จะได้คืนคือเท่าไร คิดจากฐานอะไร และหักอะไรออกบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริโภคไปพบเอาเองตอนเงินเข้าบัญชี” สุรกิจ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กระแสยกเลิกคอนเสิร์ต ทำให้ผู้จองบัตรล่วงหน้าเจอปัญหา จองง่ายแต่คืนเงินยาก
- ขอคืนเงินบัตรคอนเสิร์ตยืดเยื้อ สภาองค์กรผู้บริโภคช่วยเหลือจนได้เงินคืน
ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ยังไม่มีใครรับผิดชอบ
ความเสียหายก้อนใหญ่ที่สุดของผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้อยู่ที่เพียงราคาหน้าบัตร แต่อยู่ที่ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายล่วงหน้าเพื่อไปให้ถึงงาน โดยเฉพาะผู้บริโภคต่างจังหวัดและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้ล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อให้ได้ราคาที่จ่ายไหว
อย่างไรก็ตาม ตั๋วเครื่องบินราคาโปรโมชันและห้องพักแบบชำระล่วงหน้าส่วนใหญ่มีเงื่อนไขไม่คืนเงินหรือคืนเพียงบางส่วน เมื่อคอนเสิร์ตถูกยกเลิก ผู้บริโภคจึงอาจได้ค่าบัตรคืน แต่ยังอาจต้องรับภาระค่าเดินทางและที่พักเต็มจำนวน ขณะที่ประกาศคืนเงินของผู้จัดงานครอบคลุมเฉพาะค่าบัตรเท่านั้น
สุรกิจ กล่าวว่า ปัญหาการไม่มีมาตรการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และเป็นช่องว่างที่ยังไม่มีใครรับ
“ในทางกฎหมาย เมื่อผู้ประกอบการเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้บริโภคสามารถเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเป็นผลโดยตรงจากการยกเลิกได้ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้บริโภคต้องพิสูจน์เอง ต้องเจรจาเอง และบางรายต้องถึงขั้นฟ้องร้อง ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าความเสียหายที่จะได้คืน สุดท้ายคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะยอม” สุรกิจ กล่าว
สภาผู้บริโภคแนะว่า เมื่อผู้บริโภคทราบว่างานถูกยกเลิกหรือเลื่อน ผู้บริโภคควรรีบติดต่อยกเลิกหรือเลื่อนการจองที่พักและตั๋วเดินทางทันที เพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมเก็บหลักฐานการจอง การยกเลิก และยอดเงินที่ถูกหักไว้ทั้งหมด เพราะเป็นเอกสารสำคัญหากต้องเรียกร้องค่าเสียหายในภายหลัง รวมถึงควรตรวจสอบเงื่อนไขประกันการเดินทางหรือประกันบัตรที่ซื้อไว้ด้วยว่าครอบคลุมกรณีผู้จัดงานยกเลิกหรือไม่
ขั้นตอนขอคืนเงินที่อาจกลายเป็นภาระผู้บริโภค
แม้ผู้จัดงานจะประกาศคืนเงิน แต่วิธีการขอคืนสร้างภาระให้ผู้บริโภคไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าซื้อบัตรด้วยช่องทางใด
ผู้ที่ชำระด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้รับเงินคืนอัตโนมัติผ่านช่องทางเดิมโดยไม่ต้องยื่นเรื่อง (ส่วนนี้ผู้บริโภคต้องตรวจสอบตามประกาศของแต่ละงาน) แต่ต้องรอตามรอบบัญชีของธนาคาร ส่วนผู้ที่ชำระด้วยเงินสด ชำระผ่านเคาน์เตอร์รับชำระเงิน หรือโอนเงินผ่านธนาคาร ต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองภายในกรอบเวลาที่ผู้จัดงานกำหนด และในบางกรณีต้องนำบัตรการแสดงไปคืนที่จุดจำหน่ายหลักพร้อมแจ้งรายละเอียดบัญชีธนาคาร จากนั้นจึงจะได้รับเงินโอนคืนตามกำหนดที่แจ้งไว้
สำหรับกรณีคอนเสิร์ต LEEHI ผู้จัดงานกำหนดให้ยื่นคำร้องได้ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน 2569 ส่วน Fujii Kaze กำหนดวันยื่นคำร้องระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2569 ขณะที่กรณีคอนเสิร์ต Post Malone กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2569 ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรจดวัน ที่เริ่มต้นและวันสุดท้ายของการยื่นคำร้องไว้ เพราะเมื่อพ้นกำหนด การเรียกร้องอาจยุ่งยากขึ้น
สุรกิจ ระบุว่า เงื่อนไขลักษณะนี้ทำให้ผู้บริโภคที่อยู่ต่างจังหวัดมีต้นทุนเพิ่มเพียงเพื่อไปรับเงินของตัวเองคืน และผู้ที่ไม่ได้ติดตามประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์อาจไม่ทราบว่ามีกรอบเวลาสิ้นสุด
“ผู้จัดงานและผู้จำหน่ายบัตรมีข้อมูลติดต่อของผู้ซื้อทุกรายอยู่แล้ว การแจ้งเรื่องยกเลิกและสิทธิขอเงินคืนจึงควรส่งตรงถึงผู้ซื้อทางอีเมลหรือข้อความ ไม่ใช่ประกาศผ่านช่องทางสาธารณะแล้วถือว่าผู้บริโภครับทราบ และช่องทางขอคืนเงินต้องไม่บังคับให้ผู้บริโภคต้องเดินทาง” สุรกิจ กล่าว
นอกจากขั้นตอนการขอคืนเงินแล้ว อีกเรื่องที่ผู้บริโภคมักไม่แน่ใจว่าตนเองทำอะไรได้บ้าง คือในบางกรณีที่การแสดงถูกเลื่อนออกไปโดยไม่ระบุวันใหม่ หลายคนเข้าใจว่าเมื่อยังไม่ใช่การยกเลิก ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถือบัตรรอไปจนกว่าผู้จัดงานจะประกาศกำหนดการใหม่
สุรกิจ อธิบายว่า ความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะวันเวลาและสถานที่จัดงานถือเป็นสาระสำคัญของสัญญา เมื่อผู้จัดงานไม่สามารถระบุวันแสดงใหม่ได้ ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิเลือกว่าจะรอต่อ หรือบอกเลิกสัญญาและขอเงินคืน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้จัดงานเป็นฝ่ายเสนอทางเลือกนั้นให้ก่อน
สุรกิจ กล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญคือปัจจุบันยังไม่มีกติกากลางที่กำหนดให้ผู้จัดงานทุกรายต้องเปิดทางเลือกขอคืนเงินตั้งแต่วันที่ประกาศเลื่อน แนวปฏิบัติจึงยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดแต่ละราย ทำให้ผู้บริโภคที่ซื้อบัตรคนละงานอาจได้รับการดูแลไม่เท่ากัน ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
จัดงานไม่ตรงโฆษณา ก็เรียกร้องได้
สุรกิจ กล่าวว่า อีกปัญหาที่ผู้บริโภคมักถูกเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัวคือกรณีงานยังจัดตามกำหนด แต่รายละเอียดไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ เช่น เปลี่ยนผังที่นั่งหลังเปิดจำหน่ายบัตร ลดเวลาการแสดง เปลี่ยนหรือถอดศิลปินร่วม ยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่ระบุไว้ในบัตรบางประเภท หรือสถานที่จริงมีทัศนวิสัยไม่ตรงกับผังที่ใช้ขาย ซึ่งกรณีเหล่านี้ผู้บริโภคมีสิทธิเรียกร้องได้เช่นกัน
“ข้อความโฆษณาถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา สิ่งที่ผู้จัดงานประกาศไว้ตอนขายบัตร ต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับจริงในวันงาน ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ผู้จัดต้องแจ้งล่วงหน้าและต้องเปิดให้ผู้บริโภคที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขใหม่ขอคืนเงินได้ ไม่ใช่แจ้งเปลี่ยนแล้วจบ” สุรกิจ กล่าว
ผู้บริโภคทำอะไรได้บ้าง
- เก็บหลักฐานยอดที่จ่ายจริงทั้งหมด ทั้งค่าบัตร ค่าธรรมเนียมออกบัตร ค่าจัดส่ง ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ภาพผังที่นั่งและข้อความโฆษณาในวันที่ตัดสินใจซื้อ รวมถึงหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก
- รีบลดความเสียหายทันทีที่รู้ว่างานถูกยกเลิก ติดต่อยกเลิกหรือเลื่อนการจองที่พักและตั๋วเดินทาง แล้วเก็บหลักฐานยอดที่ถูกหักไว้เป็นเอกสารประกอบการเรียกร้อง
- ยื่นคำร้องภายในกรอบเวลาที่ผู้จัดประกาศ พร้อมเก็บเลขที่คำร้องและอีเมลตอบกลับไว้ทุกครั้ง
- ตรวจยอดทันทีเมื่อเงินเข้าบัญชี หากได้คืนน้อยกว่าที่จ่ายจริง ให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหักรายการใด ด้วยเหตุผลใด และอ้างอิงเงื่อนไขข้อใด
หากไม่ได้รับคำตอบ ให้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาและทวงถาม ส่งไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้จัดงานและตัวแทนจำหน่ายบัตร จากนั้นร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสภาผู้บริโภค ที่เว็บไซต์ tcc.or.th และสายด่วน 1502 ในวันและเวลาทำการ
ข้อเสนอ ยกธุรกิจขายบัตรเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา
การแก้ปัญหาเฉพาะรายไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะเรื่องร้องเรียนลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำทุกปี สภาผู้บริโภคจึงผลักดันให้มีมาตรฐานกลางของธุรกิจจำหน่ายบัตร ทั้งการเปิดเผยจำนวนบัตรและโควตาบัตรในแต่ละรอบจำหน่าย การแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ การกำหนดกรอบเวลาคืนเงินที่ชัดเจน และการกำหนดแนวทางเยียวยาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าผู้บริโภคจะซื้อบัตรผ่านผู้จัดงานหรือแพลตฟอร์มใด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สภาผู้บริโภคได้จัดประชุมหารือร่วมกับกรมการค้าภายใน สคบ. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร ผู้จัดคอนเสิร์ต และนักวิชาการ โดยที่ประชุมมีข้อเสนอให้ผลักดันธุรกิจจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตเป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” ผ่านการออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของ สคบ. เพื่อกำหนดเงื่อนไขเรื่องการเปลี่ยนแปลงการให้บริการ การคืนเงิน และสิทธิของผู้บริโภคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
“ตราบใดที่ยังไม่มีกติกากลาง ผู้บริโภคก็ยังต้องลุ้นเป็นรายงานไปว่าจะได้เงินคืนเมื่อไหร่ ได้คืนครบหรือไม่ และค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับการเดินทางจะมีใครรับผิดชอบหรือเปล่า ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นตั้งแต่แรก” สุรกิจ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



