
ผู้บริโภครายหนึ่ง ยกเลิกเน็ตบ้าน เพราะมีเหตุจำเป็น แต่กลับถูกเรียกเก็บค่าปรับและค่าติดตั้งรวม 4,600 บาท ทั้งที่คืนอุปกรณ์ครบทุกชิ้น ก่อนที่สภาผู้บริโภคจะเข้าช่วยประสานและยกเลิกสัญญาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“ถ้าจะยกเลิกตอนนี้ ต้องจ่ายเงินประมาณ 4,600 บาทก่อน”
นี่คือคำตอบที่ผู้บริโภครายหนึ่งได้รับ เมื่อเธอต้องการยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตบ้านของ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้งที่เธอตั้งใจจะยกเลิกและอุปกรณ์ทั้งหมดให้บริษัท
ผู้บริโภครายนี้ เริ่มใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ภายใต้สัญญา 2 ปี สิ้นสุดวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 และในอัตาค่าโปรโมชัน 699 บาทต่อเดือน
ต่อมา เมื่อมีความจำเป็นต้องยกเลิกบริการก่อนครบสัญญา เธอพยายามติดต่อศูนย์บริการทางโทรศัพท์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางไปที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง แต่สิ่งที่ได้รับกลับทำให้เธอตกใจ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า หากต้องการยกเลิกสัญญา จะต้องชำระ ค่าปรับจากการยกเลิกสัญญา 2,000 บาท และ ค่าติดตั้งอุปกรณ์อีก 2,600 บาท รวม 4,600 บาท จึงจะสามารถยกเลิกบริการได้
เธอมองว่าการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่เป็นธรรม เพราะเธอตั้งใจจะยกเลิกบริการและส่งคืนอุปกรณ์ทั้งหมด โดยไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงตัดสินใจร้องเรียนมายัง สภาผู้บริโภค
ประสานบริษัทตรวจสอบข้อเท็จจริง
หลังได้รับเรื่องร้องเรียน สภาผู้บริโภคได้ทำหนังสือถึงบริษัทเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราค่าบริการที่เรียกเก็บ ฐานการคำนวณค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกสัญญา ค่าติดตั้ง รวมถึงเงื่อนไขตามสัญญาที่ใช้บังคับกับผู้ใช้บริการ พร้อมย้ำว่า การกำหนดเงื่อนไขในสัญญาและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต้องมีความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินการ สภาผู้บริโภคได้รับแจ้งจากผู้บริโภครายดังกล่าวว่า สามารถส่งคืนอุปกรณ์และดำเนินการยกเลิกสัญญากับบริษัท ได้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ
ยกเลิกเน็ตบ้าน ได้ทันที ไม่ต้องรอครบสัญญา
แม้หลายคนจะเข้าใจว่า หากสมัครอินเทอร์เน็ตบ้านแบบติดสัญญา 1 – 2 ปี จะต้องใช้บริการให้ครบกำหนด ไม่เช่นนั้นจะถูกเรียกเก็บค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้บริการมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ
ตาม ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 (ข้อ 32) กำหนดให้ ผู้ใช้บริการสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อ โดยแจ้งผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน และชำระค่าบริการเฉพาะส่วนที่ใช้จริงจนถึงวันที่ยกเลิกให้ครบถ้วน
นั่นหมายความว่า การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้บริโภคต้องใช้บริการให้ครบ 1 ปี หรือ 2 ปี ไม่เช่นนั้นถูกเรียกเก็บ “ค่าปรับ” จากการยกเลิกสัญญา จึงอาจไม่สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว และไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุเรียกเก็บเงินจากผู้บริโภคได้
3 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนยกเลิกอินเทอร์เน็ตบ้าน
1. ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาให้ครบถ้วนก่อนสมัครใช้บริการ ควรอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาผูกพัน เงื่อนไขการยกเลิกบริการ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ
2. ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ให้บริการแจ้งว่าต้องชำระค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายอื่น ควรขอเอกสารหรือรายละเอียดการคำนวณที่ชัดเจน เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นธรรม
3. หากผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคเห็นว่าไม่เป็นธรรม หรือไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้อย่างชัดเจน ผู้บริโภคสามารถรวบรวมหลักฐาน เช่น สัญญา ใบแจ้งค่าบริการ หนังสือเรียกเก็บเงิน และบันทึกการติดต่อกับบริษัท เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภค หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน หรือเห็นว่าได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมจากผู้ให้บริการ สามารถขอคำปรึกษาหรือร้องเรียนมายัง สภาผู้บริโภค ผ่านสายด่วน 1502 หรือร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ https://www.tcc.or.th/
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

