Ribbon

“ฉันก็โดนเหมือนกัน” เสียงจากเหยื่อหลอกลงทุน สู่คนที่กล้าลุกมาฟ้องเฟซบุ๊ก

“ฉันก็โดนเหมือนกัน” เสียงจากเหยื่อหลอกลงทุน สู่คนที่กล้าลุกมาฟ้องเฟซบุ๊ก

“นอนร้องไห้อยู่เป็นเดือน นอนไม่หลับอยู่ 2-3 อาทิตย์ จนร่างกายมันบังคับให้หลับไปเอง ถ้าถามว่ากลับมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ก็คงไม่ ตอนนี้ยังระแวงไปหมด”

แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่บาดแผลจากการถูก หลอกลงทุน ยังไม่เคยหายไปจริง ๆ สำหรับผู้เสียหายรายหนึ่งที่ตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเอง เพื่อเตือนคนอื่นไม่ให้ต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน

ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อ เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่สนใจเรื่องการลงทุนเหมือนกับคนอีกจำนวนมากที่ต้องการให้เงินเก็บงอกเงย และอยากสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตในอนาคต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากโฆษณาการลงทุนที่ปรากฏบนเฟซบุ๊ก โฆษณาดังกล่าวใช้ชื่อและภาพของเซียนหุ้นชื่อดังที่คนไทยจำนวนมากรู้จัก พร้อมข้อความเชิญชวนให้เข้าร่วมอบรมฟรี เพื่อเรียนรู้เทคนิคการลงทุนและการวิเคราะห์ตลาดหุ้น ทุกอย่างดูน่าเชื่อถือจนแทบไม่มีเหตุผลให้ตั้งข้อสงสัย

เขาจึงตัดสินใจลงทะเบียน กรอกข้อมูลส่วนตัว และตอบคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์การลงทุน ก่อนจะถูกชักชวนให้พูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์

“เขาอ้างตัวว่าเป็นเซียนหุ้นชื่อดัง พูดคุยอย่างเป็นกันเอง สอบถามเป้าหมายทางการเงิน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน และค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจทีละน้อย”

สิ่งที่เสียไป ไม่ใช่เพียงเงินเก็บ

จากนั้นเขาถูกเชิญเข้าร่วมกลุ่มเปิดในไลน์ (LINE OpenChat) ที่มีสมาชิกอยู่ราว 200-300 คน ภายในกลุ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับหุ้นทุกวัน ทั้งการวิเคราะห์กราฟ การแบ่งปันความรู้ด้านการลงทุน รวมถึงการโพสต์ภาพกำไรและผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว

กระบวนการดังกล่าวสร้างความน่าเชื่อถือดำเนินต่อเนื่องเกือบ 3 สัปดาห์ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงต้นเดือนมิถุนายน นานพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งเชื่อว่า คนเหล่านี้กำลังหวังดีกับเขาจริง ๆ

“เขาสอนทุกอย่างเลยนะ ทั้งการดูกราฟหุ้น การวิเคราะห์ตลาด หลักการลงทุนพื้นฐาน รวมถึงแนวคิดการบริหารเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต ทุกอย่างทำให้เขาเชื่อว่านี่คือการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง” เขากล่าว

เพราะความเชื่อใจ และความน่าเชื่อถือ ทำให้ท้ายที่สุด เขาตัดสินใจโอนเงินเพื่อลงทุนไปเรื่อย ๆ จนมารู้ตัวทีหลังว่าถูกหลอก ทุกอย่างก็พังทลายลงในเวลาอันสั้น

หลายคืนผ่านไปพร้อมกับน้ำตา หลายสัปดาห์ผ่านไปโดยแทบไม่ได้นอน และอีกหลายเดือนหลังจากนั้น เขายังคงจมอยู่กับความรู้สึกผิด ความเสียใจ และคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวว่าเหตุใดจึงตกเป็นเหยื่อได้

ผลกระทบจากการหลอกลวงไม่ได้จบลงเมื่อเงินถูกโอนออกจากบัญชี แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ ความมั่นใจ และความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเจ็บปวด เขาเลือกที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้แล้ว แต่เพราะไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บปวดแบบเดียวกับเขาอีก

สิ่งที่เขาคาดหวังไม่ได้มีเพียงการได้รับเงินคืน แต่คือการได้เห็นแพลตฟอร์มออนไลน์มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้น ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพสร้างตัวตนปลอม ใช้ชื่อหรือภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียง และเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย

เพราะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การแยกแยะว่าใครเป็นตัวจริงและใครเป็นมิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องง่าย และตราบใดที่ช่องโหว่เหล่านี้ยังคงอยู่ ก็อาจมีผู้เสียหายรายใหม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จากเหยื่อ หลอกลงทุน…สู่ผู้กล้า

“เราอาจจะโง่ก็ได้ แต่ผมอยากออกมาเล่า เพื่อให้คนที่ยังไม่รู้เหมือนผม อย่าได้โง่เหมือนผม ส่วนคนที่ยังไม่โดน ผมก็ขออวยพรว่า อย่าได้โดนเหมือนผม” คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนความรู้สึกของคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย และไม่ต้องการเห็นใครเดินซ้ำรอยเดิม

ในสังคมปัจจุบัน หลายคนยังมองว่าคนที่ถูกหลอกคือคนที่ขาดความรอบคอบ หรือเป็นฝ่ายผิดพลาดเอง จนทำให้ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเงียบ ไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะกลัวถูกตำหนิหรือซ้ำเติม

แต่ในความเป็นจริง คนที่เคยตกเป็นเหยื่อและกล้าออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเอง คือคนที่กำลังช่วยปกป้องผู้อื่นจากการตกเป็นเหยื่อรายต่อไป การยอมเปิดเผยความเจ็บปวด ความผิดพลาด และบทเรียนราคาแพงของตัวเอง เพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้และระมัดระวังมากขึ้น นับเป็นความกล้าหาญในอีกรูปแบบหนึ่ง

บางครั้ง ฮีโร่ไม่ได้หมายถึงคนที่เอาชนะทุกปัญหา แต่อาจหมายถึงคนที่กล้ายอมรับความจริง และใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้อื่นปลอดภัยกว่าเดิม และคนที่กล้าออกมาพูดว่า “ฉันก็โดนเหมือนกัน”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง