
แค่หยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาบวกใหม่ ผู้บริโภคก็พบความผิดปกติ จากค่าอาหาร 740 บาท กลายเป็น 1,440 บาทโดยไม่รู้ตัว อุทาหรณ์เตือนก่อนจ่ายเงิน อย่าเช็กแค่รายการ ต้องเช็กบิลรวมด้วย ไม่อย่างนั้นอาจเสียเงินเกินแบบไม่ทันตั้งตัว
เย็นวันหนึ่งหลังเสร็จธุระจากงานศพ ผู้บริโภครายหนึ่งชวนเพื่อน ๆ รวม 5 คนไปนั่งทานข้าวต้มที่ร้านอาหารกลางแจ้งบรรยากาศสบาย ๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พวกเขาสั่งอาหารกันประมาณ 6–7 อย่าง ราคาแต่ละจานอยู่ที่ราว 60–90 บาท เป็นมื้อเรียบง่ายที่ทุกคนคิดว่าไม่น่าจะเสียเงินมากนัก
เมื่ออิ่มท้องและเรียกเก็บเงิน พนักงานนำใบเสร็จที่เขียนด้วยลายมือมาให้ ยอดรวมระบุไว้ที่ 1,440 บาท ทุกคนชะงักเล็กน้อย เพราะตัวเลขดูสูงกว่าที่คาด แต่ก็เกือบจะหยิบโทรศัพท์มาโอนแชร์กันแล้ว หากไม่ใช่เพราะความรู้สึก “เอ๊ะ” บางอย่างของเธอ
“ปกติไม่ค่อยไว้ใจใบเสร็จที่เขียนมืออยู่แล้ว เลยลองหยิบเครื่องคิดเลขในมือถือมาบวกดูเอง” เธอเล่า
จากมื้อสบาย ๆ สู่ราคาชวนช็อก
ผลที่ได้ทำให้ต้องทบทวนอีกครั้ง และพบว่ายอดรวมจริงของอาหารทั้งหมดคือ 740 บาท ไม่ใช่ 1,440 บาท นั่นหมายความว่าร้านคิดเงินเกินไปถึง 700 บาท หรือแทบจะเท่าตัว
“ถ้าจ่ายจริง ตกคนละเกือบ 300 บาทเลยนะ มันราคาบุฟเฟ่ต์ชัด ๆ” เธอพูดติดตลก แต่ในใจก็อดตกใจไม่ได้
เธอตรวจสอบซ้ำอย่างละเอียด ทั้งรายการอาหาร จำนวนชามข้าวต้ม และขวดน้ำ ทุกอย่างถูกต้องหมด ปัญหาอยู่ที่การรวมยอดสุดท้ายเท่านั้น เมื่อทักท้วง พนักงานรีบวิ่งกลับไปแคชเชียร์พร้อมกลับมากับยอดใหม่ โดยอธิบายง่ายๆเพียงว่า “กดเครื่องคิดเลขผิด” ทั้งที่ตัวเลขต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เธอตรวจสอบก่อนโอนเงิน ร้านจึงแก้ไขใบเสร็จให้ถูกต้องทันที
“การเช็กใบเสร็จ ไม่ใช่ดูแค่ว่ารายการครบไหม ต้องลองบวกยอดรวมด้วย ไม่งั้นอาจต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว” เธอฝากเตือนผู้บริโภคคนอื่น
เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า ก่อนจ่ายเงินทุกครั้งควรตรวจทานให้รอบคอบ ไม่เพียงเช็กรายการอาหารและเครื่องดื่มว่าตรงกับที่สั่งหรือไม่ แต่ควรดูจำนวน ราคา และความสมเหตุสมผลของยอดรวมด้วย หากเป็นร้านข้าวต้มธรรมดาแต่ค่าอาหารเฉลี่ยต่อหัวพุ่งไปเกือบ 300 บาท ก็อาจถึงเวลาต้องหยุดคิดสักนิด
ที่สำคัญ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับใบเสร็จที่เขียนด้วยลายมือ เพราะความผิดพลาด หรือบางครั้งอาจไม่ใช่แค่ความผิดพลาด สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


