Ribbon

ผู้บริโภคร้องไปงานแสดงสินค้า ไม่ได้รับของ ขอเงินคืนไม่ได้ แนะเก็บใบเสร็จ-รีบแจ้งความ

ผู้บริโภคร้องไปงานแสดงสินค้า ไม่ได้รับของ ขอเงินคืนไม่ได้ แนะเก็บใบเสร็จ-รีบแจ้งความ

ผู้บริโภค สั่งซื้อสินค้าภายในงานบ้านและสวนแฟร์ จากบริษัทที่ออกมาบูธรายหนึ่ง แต่เมื่อถึงวันนัดรับสินค้า ร้านค้ากลับเลื่อนนัดส่งถึง 4–5 ครั้ง กระทั่งผู้บริโภคตัดสินใจขอเงินคืน กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่มีเงินคืน” ทั้งที่ยังเปิดบูธอยู่ในงาน แต่ไม่พบพนักงานประจำบูธแล้ว สภาผู้บริโภคแนะนำให้รวบรวมหลักฐาน ทั้งใบเสร็จ ใบสั่งซื้อ และสลิปโอนเงิน พร้อมแจ้งความโดยเร็ว

ภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จาก สภาผู้บริโภค ระบุว่า ผู้บริโภครายหนึ่งร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภค กรณีซื้อของจากบริษัทที่มาออกบูธในงานบ้านและสวนแฟร์ ช่วงวันที่ 7 – 15 กุมภาพันธ์ 69 แต่กลับไม่ได้รับสินค้า และไม่ได้เงินคืน หากร้านค้านำสินค้ามาเปิดขายโดยไม่มีการสต็อกสินค้า เจตนาปกปิดความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ เจตนาเอาไป ซึ่งทรัพย์สิน เช่น การขายสินค้า ทั้งที่ไม่มีสต๊อกสินค้า และรู้อยู่แล้วไม่สามารถส่งมอบได้ แต่กลับเลื่อนนัดส่งมอบออกไปเรื่อย ๆ พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาควรเร่งรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งซื้อสินค้า สลิปโอนเงิน หรือเอกสารการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ แล้วนำไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายนี้ได้ออกงานแสดงสินค้าอยู่หลายแห่ง เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ เมกา เซล หรืองานแฟร์เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เห็นได้ว่า แม้จะเป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป รวมถึงก่อนหน้านี้ สภาผู้บริโภค เคยได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีผู้บริโภคสั่งซื้อเตียงและที่นอนภายในงานจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 จากบริษัท ที่นอน ไฮบริดพลัส จำกัด โดยเมื่อถึงวันนัดรับสินค้า ร้านค้าแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อบริษัทขนส่งได้ ผู้บริโภคจึงขอยกเลิกคำสั่งซื้อและขอรับเงินคืน ซึ่งร้านแจ้งว่าจะคืนเงินภายใน 45 วัน แต่เมื่อครบกำหนดกลับบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน และท้ายที่สุดไม่สามารถติดต่อบริษัทได้อีก

สำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนว่า การตัดสินใจซื้อสินค้าภายในงานแสดงสินค้าขนาดงานใหญ่ ผู้บริโภคยังคงต้องใช้ความรอบคอบ ตรวจสอบข้อมูลผู้ขาย เก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการชำระเงินเต็มจำนวนหากยังไม่ได้รับสินค้าหรือไม่มีหลักประกันที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคที่แจ้งความแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากผู้ประกอบการ สามารถร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือมาที่สภาผู้บริโภค ได้ที่เว็บไซต์ tcc.or.th เพื่อให้มีการติดตามและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง