| Getting your Trinity Audio player ready... |

ปัญหาซื้อของออนไลน์ยังคงเป็นจุดเสี่ยงซ้ำซากของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะการซื้อผ่าน เฟซบุ๊ก ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย โดนโกงออนไลน์ ทั้งสินค้าไม่ตรงปก สินค้าชำรุด ได้ของไม่ครบ ไปจนถึงการไม่รับผิดชอบหลังการขาย หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี จึงเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการรับเรื่องเท่านั้น แต่ลงมือประสาน แก้ไข และป้องกัน ผ่านการสื่อสารความรู้เพื่อให้ผู้บริโภครู้เท่าทันก่อนตัดสินใจซื้อ
3 เคสจริงซื้อของผ่านเฟซบุ๊ก จากโปรลวงสู่ของสอดไส้ ผู้บริโภคต้องรู้ทัน
– หนึ่งในกรณี ผู้บริโภคสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านเพจออนไลน์ พร้อมโปรโมชัน ซื้อ 4 แถม 1 ราคา 1,960 บาท แต่เมื่อได้รับสินค้า กลับได้เพียง 4 ชิ้น ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่โฆษณาไว้ จึงยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี หลังจากพยายามติดต่อผู้ขายด้วยตนเองแต่ไม่สำเร็จ
ภายหลัง หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี ประสานกับบริษัทขนส่ง โดยอาศัยมาตรการ เปิดก่อนจ่าย (COD) ที่เป็นกลไกสำคัญในการติดตามสิทธิของผู้บริโภค จนสามารถช่วยให้ได้รับเงินคืนครบเต็มจำนวน
อีกกรณี ผู้บริโภคอาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรี สั่งซื้อ ทุเรียนกวน ผ่านเพจร้านค้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดปัตตานี แต่ กลับมีรสเปรี้ยวผิดปกติ แม้จะส่งคืนสินค้าไปแล้วระยะหนึ่ง ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ผู้บริโภคจึงยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์สภาผู้บริโภค และหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานีรับเรื่องและดำเนินการต่อ โดยทำหนังสือถึงผู้ประกอบการโดยตรง พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิด และระบุชัดเจนว่า หากไม่มีการคืนเงิน จะดำเนินมาตรการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในทันที
ท้ายที่สุด ผู้บริโภคได้รับเงินคืนครบทั้งค่าสินค้าและค่าจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ย้ำว่า แม้ผู้ประกอบการจะอ้างปัญหาจากการขนส่งที่ล่าช้า แต่ผู้บริโภคไม่ควรเป็นฝ่ายรับความเสี่ยง

– อีกกรณีหนึ่งสะท้อนความเสียหายที่รุนแรงขึ้น เมื่อผู้บริโภคโอนเงินสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S25 Plus มือสอง ในราคา 7,500 บาท แต่กลับได้รับ พาวเวอร์แบงก์ สอดไส้แทนสินค้า
หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี ได้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ตั้งแต่การรวบรวมหลักฐาน สลิปการโอนเงินและแชทสนทนา เพื่อนำไปลงบันทึกประจำวัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างถูกต้อง ต่อมา ผู้ร้องได้เข้าลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องและแนะนำให้ติดต่อเจรจากับผู้ขายเพื่อขอเงินคืนภายใน 10 วัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ จึงสามารถกลับมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
แม้ความเสียหายในบางกรณีอาจมีมูลค่าไม่สูงมาก แต่ “สิทธิของผู้บริโภค” เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม ขณะเดียวกัน การทำงานในลักษณะนี้ยังชี้ให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกลไกที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ บริษัทขนส่ง และกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซื้อของบนเฟซบุ๊กยังเป็นเคสท้าทาย แต่ไม่ปล่อยผ่าน
นางสาวอารียา มามะ เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี ยอมรับว่า ปัญหาซื้อของออนไลน์ โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องที่จัดการได้ยากในหลายครั้ง และมักจบลงที่การแนะนำให้ผู้บริโภคไปแจ้งความ แต่กรณีจังหวัดปัตตานีสะท้อนภาพอีกมุมหนึ่ง เมื่อผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนทันทีหลังเกิดปัญหา ทำให้หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี สามารถประสานงานและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วในบางกรณี จนเกิดการบอกต่อและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักมากขึ้น
นอกจากนี้ หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานียังเดินหน้าสื่อสารเชิงรุก ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบ One Page ที่ออกแบบให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในโลกที่การซื้อขายเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้ว “ความรู้และการรู้เท่าทัน” คือเครื่องมือสำคัญที่สุดของผู้บริโภค และบทเรียนจากปัตตานีในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่ยังตอกย้ำว่าหน่วยงานในพื้นที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับเรื่องร้องเรียน แต่กำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้บริโภคไทยรู้ทันและปกป้องสิทธิของตนเอง




ติดตามข่าวสารของหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานีได้ที่ สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดปัตตานี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
สิงคโปร์สั่งปรับแพลตฟอร์ม ภัยออนไลน์ลด 80% แนะไทยต้องเอาจริง
เร่ง ETDAคุมโซเชียล บังคับยืนยันทุกบัญชี หลังเปิดให้ปักสินค้าบน Reels



