
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2568 โดยมี นายจุมพล ชื่นจิตต์ศิริ ประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อน ข้อเสนอ และการติดตามการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
ประเด็นแรก ติดตามความคืบหน้ากรณีการรื้อถอนอาคารผิดกฎหมายในซอยร่วมฤดี ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตปทุมวัน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในฐานะเจ้าพนักงานตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เคยชี้แจงว่าจะดำเนินการรื้อถอนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ทำหนังสือติดตามไปยังผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 และควรเผยแพร่ต่อสาธารณะถึงกระบวนการบังคับคดีที่ขาดประสิทธิภาพและความล่าช้าของหน่วยงาน
ประเด็นที่สอง ติดตามผลการก่อสร้างอาคารผิดกฎหมายในเขตกรุงเทพมหานคร จากผลสำรวจการก่อสร้างอาคารที่เข้าข่ายผิดกฎหมายตามข้อร้องเรียนจากชุมชน 11 แห่ง โดยพบว่าอาคารขนาดใหญ่พิเศษและอาคารสูงเหล่านี้ ไม่ได้จัดให้มีพื้นที่ผิวการจราจรที่ไม่มีสิ่งปกคลุมโดยรอบอาคาร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ข้อ 3 พื้นที่ดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อกิจการอื่น ๆ เช่น จัดทำเป็นสวนสาธารณะ หรือสิ่งตกแต่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อมาตรฐานความปลอดภัยกรณีเกิดอัคคีภัย สำนักงานควบคุมอาคารกรุงเทพมหานครยอมรับว่ามีการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมายจริงและสั่งให้เจ้าของโครงการแก้ไขแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ทำหนังสือติดตามการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร โดยให้เพิ่มเติมเนื้อหาข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของ กทม. ในการดำเนินการ
ประเด็นที่สาม จากการที่กรุงเทพมหานครเร่งรัดขั้นตอนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยให้เหตุผลเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการดำเนินการเข้าข่ายไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน พบว่ามีประชาชนเข้าร่วมประชุมไม่ถึงร้อยละ 0.5 ของประชากรทั่วทั้ง กทม. อีกทั้งยังมีการใช้ร่างผังเมืองเดิมที่มีการจัดทำไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 สภาองค์กรของผู้บริโภคมองว่าการดำเนินการยังไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2562 ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อขอให้ทบทวนกระบวนการและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองฉบับใหม่อย่างเคร่งครัด
ประเด็นที่สี่ พิจารณารายละเอียดการแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง การแก้ไขนี้อาจทำให้มาตรฐานความปลอดภัยลดลง การแก้ไขมีการเพิ่มเงื่อนไขที่อนุญาตให้สร้างอาคารบนที่ดินลักษณะที่ตาบอดได้ หากจัดหาที่ดินอื่นกว้างไม่น้อยกว่า 12.00 เมตร เพื่อใช้เป็นทางเข้าออกรถดับเพลิง อีกทั้งยังมีการลดช่องทางถนนสาธารณะที่จะถูกเชื่อมให้เหลือจุดเชื่อมต่อเพียงทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซึ่งการแก้ไขเหล่านี้อาจสร้างผลกระทบให้แก่ชุมชนข้างเคียงโดยรอบทันที ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดทำข้อเสนอถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยให้ส่งหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานกฤษฎีกา และควรมีการจัดประชุมปรึกษาหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อหาทางออกในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
ประเด็นที่ห้า พิจารณาการจัดเวทีภาคอีสาน “สัญญาการเช่าอาคารเพื่อการอยู่อาศัย” โดยมีที่มาจากข้อร้องเรียนเรื่องการเช่าอาคารที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นการเก็บค่าสาธารณูปโภคและสัญญาที่ไม่เป็นธรรม วัตถุประสงค์หลักของเวทีคือเพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนปัญหา พัฒนาแนวทางหรือข้อเสนอรูปแบบ “สัญญาเช่ามาตรฐานอย่างง่าย” ที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค และหารือแนวทางการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเช่าที่พักอาศัยให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ที่ประชุมเห็นชอบกับการจัดเวทีและมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการเตรียมข้อมูลกฎหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความแตกต่างของสิทธิในการเช่าอาคารแต่ละประเภท โดยมีแผนจัดในวันที่ 11 – 12 กันยายน 2568



