Ribbon

สภาผู้บริโภคฟ้องเฟซบุ๊กปล่อยโฆษณาหลอกลวง เสียหายพันล้าน เครือข่ายทั่วประเทศผนึกกำลัง #ฉันก็โดนเหมือนกัน

Getting your Trinity Audio player ready...

แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงที่ศาล หลังวันยื่นฟ้อง เสียงจากส่วนกลางถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายสมาชิกสภาผู้บริโภคทั่วประเทศที่ลุกขึ้นมาร่วมขับเคลื่อนประเด็นนี้ในแบบของตนเอง ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือทำให้สังคมตระหนักว่าภัยหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรถูกมองว่าเป็นปัญหาของผู้เสียหายเพียงลำพัง

ในหลายจังหวัด คลื่นวิทยุชุมชนกลายเป็นพื้นที่สื่อสารสำคัญที่พาประเด็นการฟ้องเฟซบุ๊กออกจากหน้าจอข่าวไปสู่ผู้คนในชุมชน คณะทำงานหน่วยงานเขตพื้นที่และหน่วยงานประจำจังหวัดของสภาผู้บริโภคร่วมกันอธิบายที่มาของการดำเนินคดี ผลกระทบจากโฆษณาหลอกลวง และเปิดวงสนทนาให้ประชาชนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถูกหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล สะท้อนว่าภัยออนไลน์ได้แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์กลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญของการรณรงค์ หลายพื้นที่ใช้ Facebook Live และสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานสื่อสารประเด็นดังกล่าว เชื่อมโยงคดีฟ้องร้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ตั้งคำถาม และสะท้อนปัญหาที่ตนเองเผชิญ

หนึ่งในพลังสำคัญที่ถูกส่งต่อออกไปคือแคมเปญ #ฉันก็โดนเหมือนกัน ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ได้ร่วมบอกเล่าประสบการณ์ของตนเอง ทั้งการถูกหลอกลงทุน หลอกโอนเงิน หลอกกดลิงก์ หรือการถูกแอบอ้างในรูปแบบต่าง ๆ เรื่องเล่าเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ยังช่วยเตือนภัยให้กับผู้คนในสังคม และเปลี่ยนบทเรียนของผู้เสียหายให้กลายเป็นองค์ความรู้ร่วมที่ทุกคนเรียนรู้ได้

กระแสการรณรงค์ยังถูกขยายต่อผ่านการเผยแพร่ข่าวสาร คลิปวิดีโอ อินโฟกราฟิก และสื่อสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบที่ผลิตโดยเครือข่ายสมาชิกสภาผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และเสริมทักษะการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ให้ประชาชน โดยแต่ละพื้นที่ออกแบบวิธีสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง แต่ยังคงส่งสารเดียวกันว่าผู้บริโภคควรได้รับการคุ้มครองจากความเสี่ยงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

นอกเหนือจากการสื่อสาร กิจกรรมรณรงค์ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ผ่านเวทีชุมชน การพบปะเครือข่าย และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน บางพื้นที่เปิดให้ร่วมแสดงจุดยืนผ่านการสำรวจความคิดเห็น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง สะท้อนว่าปัญหาหลอกลวงออนไลน์ได้กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่ผู้คนจำนวนมากต้องการเห็นการแก้ไขอย่างจริงจัง

เบื้องหลังการขับเคลื่อนคือการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างส่วนกลางและเครือข่ายในพื้นที่ ผ่านการประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ และออกแบบแนวทางการรณรงค์ให้สอดคล้องกันทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนในแต่ละพื้นที่ยังคงทำหน้าที่เป็นด่านหน้ารับฟังปัญหาและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ โดยข้อมูลจากเรื่องร้องเรียนเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนขนาดของปัญหา และช่วยผลักดันการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับนโยบาย

แม้แต่ละพื้นที่จะมีวิธีการทำงานแตกต่างกัน บางแห่งถนัดการสื่อสาร บางแห่งโดดเด่นด้านกิจกรรมรณรงค์ หรือมีความเข้มแข็งด้านเครือข่ายชุมชน แต่ทุกความเคลื่อนไหวล้วนมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างสังคมที่รู้เท่าทันภัยออนไลน์ และผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องมีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับผู้ใช้งาน

การฟ้องร้องเฟซบุ๊กในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้ในชั้นศาล หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังจากผู้คนในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยืนยันว่าปัญหาหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาสาธารณะที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้นหรือยอดการเข้าถึงสื่อที่เพิ่มขึ้น หากคือการที่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มลุกขึ้นมาส่งเสียง แบ่งปันประสบการณ์ และยืนหยัดเคียงข้างกันผ่านข้อความสั้น ๆ ที่ทรงพลังว่า #ฉันก็โดนเหมือนกัน เพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำอีกในอนาคต

ประมวลภาพกิจกรรมรณรงค์ฟ้องเฟซบุ๊กของสมาชิกสภาผู้บริโภค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ฟ้องเฟซบุ๊ก! และแพลตฟอร์มอื่น-แอป-ธนาคาร ทวงคืนความเสียหายกลุ่มแรก 230 ล้าน

เปิดคำ ฟ้องเฟซบุ๊ก สะท้อนภัยดิจิทัล ล่อลวงอย่างแยบยล

ทั่วโลกฟ้องเฟซบุ๊ก ปล่อยโฆษณาหลอกลวง ไทยยังไร้กฎหมายเอาผิด