Ribbon

การจัดการปัญหาแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์

สถานการณ์

  1. จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการสินเชื่อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ พบปัญหาเรื่องแอปที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดปัญหากับผู้บริโภค
  2. กรณีการพบว่ามีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Oppo และ Realme ถูกติดตั้งแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ (เช่น Fineasy) ล่วงหน้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้บริโภค และไม่สามารถลบออกได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือเกิดภาระหนี้โดยไม่ตั้งใจ

การดำเนินงาน

  1. หนังสือที่ สอบ.นย.010/2565 , สอบ.นย.011/2568 , สอบ.นย.012/2565 , สอบ.นย.013/2565 , สอบ.นย. 014/2565 ลงวันที่ 5 มกราคม 2565 เสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,กสทช. , ธปท. , DE , ประธานกรรมการบริหารบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด
  2. หนังสือที่ TCC.นย.052/2568 และ TCC.นย.053/2568 ลงวันที่ 14 มกราคม 2568 เสนอต่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค

ข้อเสนอปี 2565

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
1. สถานีตำรวจท้องที่ ต้องไม่ปฏิเสธการรับแจ้งความ เมื่อมีผู้ได้รับความเสียหาย รวมถึงกรณีทวงหนี้ผิดกฎหมาย
2. ควรสนับการป้องกันและปราบปรามที่รวดเร็ว เช่นการอายัดเงินหรือบัญชี
3. ควรมีการประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจท้องที่และตำรวจสืบสวน เพื่อจัดส่งหมายถึงธนาคารเพื่อระงับบัญชีได้ทันที
4. ขอให้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กับประชาชนทราบเรื่องคดีที่เกิดจากแอปพลิเคชั่นเงินกู้ผิดกฎหมาย

กสทช.
1. มีมาตรการระงับการส่งข้อความ (SMS) ที่มีข้อความโฆษณาเชิญชวน หรือหลอกลวงให้ผู้บริโภคทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
2. ควบคุมแอปพิเคชันที่แฝงผ่านระบบเครือข่ายโทรคมานาคม

ธปท.
1. ขอให้จัดตั้งหน่วยงาน One Stop Service รับเรื่องร้องเรียนปัญหาแอปพิเคชันเงินกู้ออนไลน์
2. จัดทำฐษนข้อมูลของแอปฯเงินกู้ที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานต่างๆ ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้
3. ให้ประสานไปยังธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อทบทวนความเข้มงวดของ KYC และ CDD

บริษัทกูเกิล ฯ
1. ควรมีนโยบายและมาตรการคัดกรองแอปพิเคชัน และปิดกั้นการเข้าถึงแอปฯ ที่ผิดกฎหมายก่อนที่จะให้บริการดาวน์โหลดบน Play Store

ข้อเสนอปี 2568

1. ขอให้ ธปท. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ต้องขึ้นทะเบียน และให้อำนาจ ธปท. กำกับดูแลแอปเงินกู้ออนไลน์ พร้อมออกบทลงโทษต่อผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมถึงควบคุมอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน
2. ขอให้กระทรวงการคลังใช้อำนาจตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ออกประกาศให้ธปท. มีอำนาจกำกับดูแลการขึ้นทะเบียนแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ไม่ขึ้นทะเบียนไม่สามารถดำเนินกิจการให้กู้ยืมเงินผ่ายแอปพลิเคชันได้ และกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และป้องกันการกู้ยืมเงินที่ผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ


ความคืบหน้า

ปี 2566-2567
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
1. กำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย (Non-bank / Digital Lending)
2. กำหนดหลักเกณฑ์ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และการโฆษณาสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ
3. ส่งเสริม Responsible Lending และมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
4. กำหนดนโยบาย ไม่ส่ง SMS ชักชวนสินเชื่อแบบรบกวนแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับ SMS เงินกู้นอกระบบและกลโกงออนไลน์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES)
1. สั่งปิดกั้นเว็บไซต์และแอปผิดกฎหมาย
2. ประสานแพลตฟอร์ม (App Store / Play Store) เพื่อนำแอปออก ปี 2568 ธปท. ได้มีหนังสือถึงสภาองค์กรของผู้บริโภค เลขที่ ธปท. 1651/2568 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ชี้แจงถึงอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อภายใต้การกำกับของ ธปท. โดย ธปท. มีหน้าที่กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะต้องรายงานข้อมูลเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้ให้บริการต่อ ธปท. เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ ธปท. ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งอยู่นอกเหนือการกำกับของ ธปท. หาก ธปท. เข้าไปกำกับดูแลอาจเป็นการขัดขวางการดำเนินธุรกิจที่อยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่แล้ว ทั้งนี้ ธปท. ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ผิดกฎหมาย โดยดำเนินการนำแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากระบบ และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตต่อไป